สวัสดีค่ะคุณเม้ง

อย่างนี้เค้าเรียกว่าตกกระไดพลอยโจน..^ ^

" การที่คนจะสอนคนหรือสร้างแรงจูงใจให้คนหนึ่งทำอะไรบ้าง เราต้องใช้หลักจิตวิทยาอย่างไรบ้างครับ "

คำถามนี้ตอบลำบากมากเลยค่ะ เพราะถ้าตอบแบบทฤษฎีก็จะยาวและเข้าใจยาก..เอาเป็นว่าคำถามนี้เกี่ยวกับคำสองคำทางจิตวิทยาคือ " แรงจูงใจ " และ " การจูงใจ "

แรงจูงใจ เป็นพลังที่อยู่ในตัวบุคคลมี  3 อย่างค่ะ คือ แรงจูงใจทางชีววิทยา ได้แก่ ความหิว  ความกระหาย  ความต้องการความอบอุ่น หรือความต้องการทางเพศ...แรงจูงใจทางการกระตุ้น  เช่นการรับสัมผัส  การสำรวจ  ความอยากรู้อยากเห็น  ความสุขสบายและการมีศักยภาพของตนเอง...แรงจูงใจทางสังคมที่เป็นการเรียนรู้  เช่นแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์  แรงจูงใจใฝ่อำนาจ  และแรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่เกิดจากการเรียนรู้และเน้นไปที่ประสบการณ์ที่ได้รับจากคนอื่น

การจูงใจ  เป็นการใช้สิ่งล่อใจเพื่อให้ทำในสิ่งที่เราต้องการ เช่นการให้รางวัล  คำชมเชย  โบนัส ฯลฯ

เราจะเลือกใช้การจูงใจให้สอดคล้องกับแรงจูงใจของแต่ละบุคคลค่ะ..ซึ่งการจะทราบแรงจูงใจต้องใช้การสังเกตจากพฤติกรรมที่เค้าแสดงออกมา เช่นชอบไปทานอาหารที่ร้านข้างที่ทำงานเป็นประจำ ก็ต้องดูว่าเป็นเพราะอะไรอาหารอร่อย  ขี้เกียจ หรือชอบลูกสาวเจ้าของร้าน..แต่เราอยากให้เค้ามาทานกับเราเราก็ต้องสังเกตแล้วเลือกการจูงใจให้เหมาะสม เช่นถ้าเป็นเพราะอาหารอร่อยก็เอาอาหารอร่อยที่เราอยากให้เค้ามาทานกับเรามาล่อ..แต่ถ้าเป็นเพราะชอบลูกสาวเจ้าของร้านเราก็คงต้องบอกว่าจะบอกเทคนิคดีๆให้ ^ ^..วิธีการใช้จิตวิทยาก็เป็นทำนองนี้แหละค่ะ

" หากเราจะนำแนวทางทางด้านหลักจิตวิทยา เช่น จิตวิทยาการสอน การถ่ายทอด ไปปรับและประยุกต์ใช้ในระดับครอบครัว โรงเรียนทั้งในและนอกระบบ ตัวผู้ให้ควรมีการศึกษาเรื่องใดและให้แนวทางอย่างไรบ้างครับ ในการฝึกตัวเองให้พร้อม และนอกจากเป็นครูในวิชานั้นๆ แล้วยังเป็นนักจิตวิทยาเข้าไปด้วย คือรู้ว่าควรให้อะไรอย่างไรบ้าง กับคนในช่วงวัย หรือกลุ่มที่ต่างๆกันไป ตามปัจจัยอื่นๆ ด้วยนะครับ "

หลักจิตวิทยาจริงๆมีแค่Tuning in ...Scan disharmony ..และ Realization  ..ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้เราต้องไม่มี " ตัวเรา " อยู่เลยน่ะค่ะ..ภาษาเบิร์ดเรียก Tuning in คือพยายามจูนคลื่นเราให้ตรงกับเค้า ไปอยู่กับเค้า ( ในความรู้สึกของเค้า ) โดยไม่ตีตรา..แล้วเค้าจะตามเราออกมาเอง.. สั้นๆคือ เข้าใจความต้องการ ( แบบเข้าถึงข้างในของเค้าเลยนะคะ )..ร่วมหาปัญหาที่เกิดขึ้น..แล้วก็พาเค้าออกมาสู่ความเป็นจริงร่วมกันกับเรา..

โอย ! หวังว่าพอจะช่วยได้นะคะ พยายามย่อสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดให้เหลือเท่าที่จะอธิบายได้โดยไม่งงทั้งคนพูดและคนฟังน่ะค่ะ

เอาของแถมละกันนะคะ.. กฤษณมูรติกล่าวไว้ว่า " ถ้าครูสามารถปลุกวิญญาณของการเรียนรู้ของเด็กได้ เขาก็ไม่ต้องสอนสิ่งที่เด็กจะต้องรู้เลย  เพราะสิ่งที่เด็กจะต้องรู้เด็กจะเรียนรู้เอาเอง " ..คุณครูคนเก่งเอาไปคิดต่อเองนะคะ ^ ^