ขอคารวะและสานความทรงจำกันไว้ด้วยเพลงและดนตรี

สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๔ นี้ ผมจะขออำลากรุงเทพฯและไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดเป็นบั้นปลายของชีวิต ครูอาจารย์ ผู้บังคับบัญชา เพื่อนๆ และพี่ๆน้องๆกลุ่มเล็กๆ มาชวนผมขอนั่งกินข้าวและนั่งคุยกันในหมู่คนทำงานแนวเดียวกัน แล้วก็ขอให้ผมกันเวลาไว้ในวันอาทิตย์ เสร็จแล้วก็ให้ผมได้รู้บ้าง ไม่ให้รู้บ้าง คล้ายกับจะให้เซอร์ไพรซ์ แต่ผมก็ได้รู้อยู่ดี เพราะพวกที่บอกต่อๆกันบางคนก็ไม่รู้ทางกันจึงเผลอบอกแก่ผมโดยตรงอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาโทรถามผม ผมก็เลยถามไถ่ ไปๆมาๆ ก็แทบจะรู้เกือบหมดแล้วว่าใครจะทำอะไร และส่วนใหญ่ ก็ดูจะเหมือนการถือเป็นเหตุให้ได้มาพบเจอและเสวนาสังสรรค์กันบ้าง 

ผมก็เลยนึกสนุกด้วย เลยขอว่า จะเป็นการทำให้สิ่งที่เตรียมมาเสียบรรยากาศไหมหากผมอยากจะขอแจมด้วยสักรายการหนึ่ง คือ ไหนๆก็จะอำลากันและเป็นโอกาสที่ได้พบกันกับหมู่มิตรทางการทำงานแล้ว ผมก็เลยอยากขอเชิญพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่ผมได้กล่าวถึงในข้างต้น มาร่วมงานด้วย และจะขอเชิญวงคีตาญชลี มาเล่นให้พี่เขาได้ฟัง พร้อมกับผมก็จะขอนำเสนอ ชวนให้ชาวมหิดล คนพุทธมณฑล กับคนทำงานและหมู่มิตรที่ถือโอกาสมาเจอกัน ได้ร่วมฟังไปด้วยกัน จำเพาะรายการนี้ ผมจะขอชวนฟังเพลงและสนทนาไปกับคตีตาญชลีให้

เมื่อทีมที่คิดว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องหลักไม่ขัดข้อง ผมก็เลยติดต่อและขอเชิญวงคีตาญชลีมาเล่นดนตรีและสนทนาไปกับเสียงเพลงกับพวกเรา พี่อ๊อด : สมศักดิ์ อิสมันยี แห่งคีตาญชลี ให้ผมเล่าแนวคิด เนื้อหาของงาน บรรยากาศ ลักษณะของกลุ่ม กับการเชื่อมโยงกับแนวเพลงของคีตาญชลี ให้ฟัง เสร็จแล้วก็บอกว่ายังไม่ติดคิวที่ไหน อีกทั้งนอกจากได้ทราบบรรยากาศของงานแล้ว ก็เป็นวันหยุดอีก คีตาญชลีเลยบอกว่าจะชักชวนพรรคพวกมาเต็มที่เลย รู้สึกเต็มที่-และมันดี