จากผู้รู้ (ทางธรรม) หลายๆท่าน เล่าให้ฟังว่า (ฟังหูไว้หู ทำใจเป็นกลาง) องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่ของประเทศไทยในปัจจุบัน สมัยก่อนเมื่อ 2000 กว่าปีที่แล้ว พื้นที่นั้น ผมคิดว่า คงมีชื่อเรียก ผู้คนคงมีภาษา วัฒนธรรม สังคม ความเป็นอยู่ เป็นของตัวเอง เป็นอีกอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่า คงพูดภาษาบาลีกัน หรือ ภาษามคธกัน หรือฟังได้รู้เรื่อง

พุทธประวัติ คำสอน ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใช่ว่า !!! จะมีแต่ คำภีร์ 45 เล่ม เท่านั้น 45 เล่ม คือ เท่าที่บันทึกได้ เก็บรวมรวมได้ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ผมเชื่อว่า ถ้ามหาวิทยลัยนาลันทาไม่ถูกพวกอิสลามเผา พวกเราชาวพุทธคงได้อ่าน ได้ศึกษาธรรมะ ที่พิศดารมากกว่านี้แน่นอน

บูรพาจารย์ก่อนนี้ ก็ได้เขียน รวบรวม ธรรมะ พุทธประวัติที่พิศดารไว้มากมาย แต่ !!!! นักวิชาการ ทั้งพระสงฆ์ ฆราวาส ได้ตัด เนื้อหา ข้อความ ที่พิศดารออกไปมากมายๆ (เพราะด้วยความเห็นส่วนตัว ที่ไม่เชื่อว่าจะมีจริง และเป็นไปได้) บางท่านก็ใส่ความเห็นที่ไม่เชื่อนั้นลงไปด้วย และใส่ความคิดใหม่ๆของตัวเองลงไป

เรื่องราวที่คนโบราณเขาเล่าต่อๆๆ กันมานั้น ต้องมีที่มาที่ไป มีเงื่อนต้น เงื่อนปลาย มีมูล คงไม่มีใครว่างจัด สร้างกระแสแต่งเรื่องราวเป็นเล่มๆๆ เพื่อหลอกลูกๆๆ หลานๆๆ ในอดีตให้เชื่องมงาย นอกจากมีความคิดว่า จะปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีต่อตนรุ่นหลัง

ต่างกับคนปัจจุบันหลอกกัน ไว้ใจกันยาก !!! เลยเอาความคิดของคนปัจจุบัน ไปตัดสิน ความคิดของคนในอดีต ว่าพวกเขาจะทำเหมือนตัวคิด เหมือนตัวทำ เหมือนตัวเป็น

ในความคิดของผม ผมศรัทธาคนโบราณ คนโบราณสมัยก่อนๆ เขามีกิเลสน้อย ความอยากน้อย โลภ โกรธ หลงมีน้อย อยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข มากกว่าคนปัจจุบันนี้

เรื่องราวที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาพื้นที่นี้ (ปัจจุบันคือพื้นที่ประเทศไทย) ถูกบันทึกด้วยปากต่อปาก (มุขปาโท) หรือถูกบันทึกด้วยอักษรสมัย เช่น เขมร ล้านนา ล้านช้าง เป็นผูกๆๆ เล่มๆๆ หาอ่านได้ ตัวหนังสือที่บันทึกลงในนั้น ล้วนต้องใช้กรรมวิธีในการทำ (ใบลาน) คนที่บันทึกมีความรู้ มีภูมิ มีธรรมะ โดยมากเป็นพระภิกษุผู้มีพรรษา ไม่ใช่ตาสีตาสาจะคิดทำหลอกกันง่ายๆๆ และถูกเก็บ รักษา ส่งมอบกันเป็นรุ่นสู่รุ่น เรียน สืบๆๆ กันมา

คนปัจจุบัน คิดว่า ตัวเองเก่ง คิดเลขไว พูดอังกฤษปร๋อ ทันเทคโนโลยี มองเห็นสิ่งมีค่าเหล่านี้ เป็นของด้อยค่า พวกเขา (คนปัจจุบัน) ไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่คนโบราณส่งมอบกันมานั้น เป็นที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง เป็นบรมสุข พวกเขาเหมือนไก่ที่เห็นเพชรเห็นพลอย เห็นไส้เดือน ข้าวเปลือกมีค่ามากกว่าพลอย