ขอขอบคุณ คุณถาวร มากเลยค่ะ ดีใจมากๆเคยโพสหลายๆที่แต่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ มีแต่บอกกล่าวแนวสั่งว่าทำอย่างนั้นสิอย่างนี้สิ ซึ่งถ้าไม่ได้มาอยู่ในสถาณการณ์แบบเราคงไม่มีวันเข้าใจ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ นานมากแล้วที่ไม่เคยมีใครถามฉันว่า " เหนื่อยมั้ย " เหนื่อยกายฉันยังทนไหวค่ะแต่เหนื่อยใจ ดิฉันเริ่มท้อค่ะ เพราะถ้าพี่สาว { คนป่วย } เป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน เรายังพูดคุยกันได้ รู้ความแน่นอนของอาการ ป่วยแบบนี้ ดิฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายมากๆค่ะ ดิฉันไม่มีเพื่อน คุณแม่คือเพื่อนที่ดีที่สุดเพียงคนเดียวที่ฉันมีได้จากไป 2ปี 1เดือนกับ 19วัน ด้วย มะเร็งที่สมอง ตอนนี้เราอยู่กัน 3คน มีคุณพ่อ พี่สาวที่ป่วยเป็นจิตเภท และดิฉันที่ต้องดูแลพ่อที่อายุ 75ปี ยังแข็งแรงค่ะ แต่คุณพ่อเป็นผู้ชายไทยที่โชคดี คุณแม่ดูแลเรื่องทุกอย่างๆดี เมื่อคุณแม่เริ่มป่วยจนจากไปดิฉันต้องเลือกครอบครัว ยุติธุรกิจที่ทำ และทำหน้าที่ทุกอย่างแทนคุณแม่ ทำอาหาร 3มื้อ ทำงานบ้าน ดูแลสุนัข และ ต้องไปรับยาให้พี่สาวทุกๆเดือน และต้องแอบคุณพ่อไปค่ะ เพราะคุณพ่อไม่ยอมรับเรื่องนี้ โดยบอกว่าพี่ไม่ได้เป็นอะไร ดิฉันไม่ต้องการขัดแย้ง ดิฉันบอกกับตัวเองว่าเราช่ายเขา เราเมตตาเขาน่ะ มันเป็นกฏของกรรมค่ะ มีญาติทางพ่อค่ะคุณป้า2คน ก็กดดันว่า ต้องทำแบบนี้น่ะ อย่างนั้นอย่างนี้ คุณป้าไม่เข้าใจและไม่เคยถามว่า ไหวมั้ย มีแต่ เธอต้องทำ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดิฉัน อยากร้องไห้ค่ะ อยากไปพักผ่อนหรือหายตัวไปอยู่ที่อื่น สัก2-3วัน แต่แค่ความคิดค่ะทำไม่ได้ คุณพ่อจะไม่มีอาหาร แค่ออกไปรพ.ตำรวจไปเอายาให้พี่ยังต้องรีบทำอาหารเที่ยงให้เสร็จเก็บล้างแล้วขับรถไปจอดไว้ที่สถานีอ่อนนุชรีบขึ้นรถไฟฟ้าไปลงใกล้ๆรพ.รับยาพบหมอแล้วรีบกลับบ้านให้ทันอาหารเย็น เอายามาแอบไว้ คิดกังวลตลอดว่า ใบเสร็จเดือนนี้พี่เขาจะเบิกให้มั้ย .... ดิฉันอยากมีเพื่อนที่รับฟังค่ะ ขออนุญาติเล่าเรื่อยๆนะค่ะ ... ฉันจะสู้ค่ะ จะอดทน และจะเมตตาเขา จะยอมรับในกฏของกรรม