อาจจะใช้แนวคิดได้สองแบบ แบบที่หนึ่ง คือถ้าอยากให้มณเทียรบาลยังคงมีอำนาจอยู่ก็คุ้มค่าแล้ว เพราะอย่าใช้เพียงความเป็นเพื่อนสนิทชิดเชื้อกันมาทำลายให้กฎมณเทียรบาลให้เสื่อมอำนาจลง อีกแนวคิดหนึ่งอาจคิดได้ว่าความเป็นเพื่อนนั้นสำคัญยิ่งกว่ากฎมณเทียรบาล เพื่อนทำผิดเล็กน้อยไม่เป็นไรหรอก อย่างที่ได้ดูละครไปที่พระเจ้าเสือบอกว่า "ข้าตั้งกฎได้ข้าก็แก้กฎได้" ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าไม่คุ้มที่จะสละชีวิต
โดยความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว คิดว่าแนวคิดแบบแรกดีกว่าคือสละชีวิตแล้วคุ้มค่า เหตุผลอย่างแรกคือหากเราทำแบบแนวคิดที่สอง พระมหากษัตริย์จะไม่น่าเชื่อถือ โดยไม่ได้ส่งผลแค่กับพระบาทสมเด็จพระสรรเพชญที่ 8เพียงผู้เดียว แต่ความไม่น่าเชื่อถือนั้นจะส่งต่อมายังรุ่นหลังๆ ซึ่งเป็นการเสื่อมอำนาจลง กฎมณเฑียรบาลจะไม่มีใครเชื่อถืออีก ไม่เกิดความสามัคคีไว้เนื้อเชื่อใจแล้วเชื่อถือต่อกันและกัน และผู้นำไม่มีอำนาจในการสั่งลูกน้อง
หรือถ้าถามว่าแล้วคุ้มเหรอกับแค่ทำให้พระเจ้าเสือน่าเชื่อถือ ก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หากพันท้ายนรสิงห์ไม่ถวายชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ประเทศก็คงจะต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดจนถึงรุ่นปัจจุบันหรืออาจจะไม่มีประเทศไทยแบบตอนนี้ก็เป็นได้
คำถามที่สอง ตอบได้ว่าจำเป็น แต่ในสมัยนี้ก็ไม่มีการประหารชีวิตแล้วถ้าไม่ได้ทำโทษผิดร้ายแรง จึงสะท้อนความคิดได้ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนถวายชีวิต แต่ที่เราต้องการคือคนที่ซื่อสัตย์ต่อความผิด ลุกขึ้นยอมรับและรับโทษ โดยไม่ปล่อยให้ใครต้องมาเป็นแพะรับบาป หรือให้ผู้เสียหายต้องเดือดร้อนมากขึ้น
เพราะฉะนั้นถ้ามีคนอย่างนี้สังคมจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งความซื่อสัตย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากเหรอ? ไม่เลย...เราทุกคนก็สามารถทำได้ เช่น ยอมรับว่าไม่ทำการบ้าน ยอมรับว่าขโมยของ ยอมรับว่าโกหก เป็นต้น ซึ่งความผิดต่างๆจะมีโทษหนักเบาตามความผิด แต่ฉันเชื่อว่าหากเรายืดอกยอมรับ หลายคนคงชื่นชมเราอยู่เป็นแน่ เหมือนในเรื่อง 'รถไฟฟ้ามาหานะเธอ' ซึ่งได้พูดไว้ว่า "ถ้าเราสารภาพผิด ความผิดจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง"
....แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าทำผิดแต่แรกเลยจะดีที่สุด :)