การที่พันท้ายนรสิงห์ยอมสละชีวิติเพื่อการจะกระทำตามบนกฏมณเทียนบานที่พันท้ายนรสิงห์ได้ทำหัวเรือหักเพราะเขาต้องการช่วยเหลือพระมหากษัตริย์ที่คอบช่วยเหลือพันท้ายนรสิงห์มาตลอด การกระทำแบบนี้ทำให้ฉันคิดว่าการที่เราจะมีสังคมที่ดีได้นั้นต้องเริ่มจากที่ตัวเอง ไม่มีใครคอยช่วยเหลือเราได้ตลอด เราควรพัฒนาจากการศึกษาที่มีรูปแบบเป็นการศึกษาออกกฏ การศึกษาอย่างบังคับและเข้มงวดเพื่อว่าเด็กของเราจะไม่ออกนอกลู่นอกทางเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งรอบข้างที่มีอยุ่ในสังคมบัจจุบันนี้ ยกตัวอย่างง่ายๆเลยอบ่างเหตุการที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่ไม่นานมานี้เลย อย่างการเกิดเหตุการเครื่องบินแบ็กฮอกตก 3 ลำ
ครั้งแรกมีผู้เสียชีวิต 5 คน ครั้งที่สอง 7คน ครั้งที่สาม 9 คน ในการสำรวจครั้งที่สามนั้น พลตรีตะวันซึ่งเป็นผู้บังคับบันชาการอากาศได้ลงสำรวจเพื่อหาผู้เสียชีวิติ 2 ลำแรกพวกเขาได้ยึดมั่นกับคำพูดนี้ไว้ว่าสภาพอากาศมันอันตรายนะทุกวินาทีที่เดินทางอาจจะเกิดอุบัติเหตุตอนไหนก็ม่ายรู้หรืออาจจะไมีมีชีวิตลอดกลับมาอีกก็ได้ แต่พวกเขาก็ยืนยันว่าพวกเขาจะหาเครื่องบินที่ตก 2 ลำแรกให้พบให้ได้ พวกเขายอมเสียสละตัวเองเพื่อเข้าช่วยชีวิตผู้ประสบภัยเครื่อบินตกที่แก่งกระจานแต่พวกเขาก็พยายามสุดความสามารถที่พวกเขาจะทำได้เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิติทั้งหมดแต่เป็นที่น่าเสียใจคือเครื่องบินลำที่สามที่พลตรีตะวันได้ขึ้นไปด้วยนั้นตอนเดินทามงน่าจะถูกหมอกบังหนาแน่นแทบจะมองไม่เห็นอารายเลยพวกเขาก็ฝ่าหมอกไปช่วยให้ได้ไม่ว่าชีวิตของเราจะเป็นยังไงก็ตาม
แต่การตายของพวกเขาทำให้ฉันคิดว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนพ้องที่มีปัญาหาหรือกำลังประสบปัญหาอยุ่ก็ตาม พวกเขาก็พยายามอ้างแขนรับความหวังนั้ที่จะทำให้สำเร็จ ไม่ว่าชีวิติพวกเขาอาจจะไม่มีชีวิติรอดกลับมาอีกก็ได้
ในการกระทำนี้แสดงให้เห็นว่าเราควรเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยคของส่วนตนเองเป็นหลักเพื่อจะพัฒนาประเทศชาติให้ยั่งยืนก้าวหน้าและแข็งแรงต่อไป
( ด.ญ.สร้อยทับทิม อุดมรัตน์นุภาพ ม2/3 เลขที่32 ) ฮิฮิ