ที่จริงมีนักศึกษาผมรุ่นที่ผ่านมาคนหนึ่งได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องที่อาจารย์กล่าวถึงนี้ อีกทั้งเป็นคนที่จะต้องกลับไปดูนโยบายเรื่องนี้ในประเทศของเขา ซึ่งตอนทำผมก็ได้เป็นกรรมการร่วมและให้จะนึกถึงอาจารย์ที่อยากให้เป็น External Resource เขามากเลยละครับ

แต่ก็คงเหมือนนักศึกษาในระบบที่กำลังเป็นเหมือนกันทั้งโลก หรืออาจจะรวมทั้งตัวกระบวนการด้วย ที่ไม่สามารถทำให้เขาเข้าถึงแนวคิดที่เป็นบูรณาการและไม่ได้ใช้วิชาแยกส่วนเป็นตัวตั้งของ School-Based Learning และ School-Based Management อีกทั้งเชื่อมโยงไม่ถึงวิธีคิดของการศึกษาในเงื่อนไขใหม่ๆของสังคมโลก ไปติดเพียงเกณฑ์ตัวชี้วัดและทฤษฎีการบริหารจัดการแบบ Routine works ซึ่งไม่ต้องคิดว่ากระบวนการก่อนหน้านั้นมาจากไหนและสื่อสะท้อนอะไรของระบบอันซับซ้อนรอบข้าง แค่ศึกษาเพื่อเดินไปตามพิมพ์เขียวให้เพ๊ะๆก็พอแล้ว อีกทั้งเรื่องที่มีความเป็นนวัตกรรมอย่างนี้ ก็มักชอบดำเนินการกันแบบเร็วๆ เอาความสำเร็จแต่รูปแบบภายนอก หวือหวา แว่บมาแล้วก็อาจจะหายไปอีก จึงไม่ง่ายนักที่จะหาความถ่องแท้ได้อย่างรวบรัด เลยดูแล้วคงจะทำให้เขาลำบากและสับสนมากไปกว่าจะเป็นผลดีต่อเขา เลยไม่ได้ชวนอาจารย์ไปร่วมงานกัน นึกถึงอยู่นะครับ

ผมว่าเรียนรู้แบบใช้การปฏิบัติและทดไว้ก่อนอย่างอาจารย์นี่แหละ สักพักหนึ่งเมื่อมีประสบการณ์ก้อนหนึ่งเป็นตัวตั้งแบบไม่ไม่ต้องใช้ความแยกส่วนนำมาก่อน แล้วจึงนั่งถอดบทเรียน ตกผลึกประสบการณ์ ตั้งคำถามและเดินเข้าหาความรู้ในมิติใหม่ๆ ผมว่าอาจารย์จะแหวกออกจากกรอบและชี้ทางสว่างแก่เรื่องที่เราทำได้หลายเรื่องได้มากกว่าคนทั่วไปมากเลยละครับ