อยากให้มี ละคร ที่แสดงด้วยผู้สูงอายุเป็นส่วนมาก คือ อย่างน้อย พระเอก กับ นางเอก ก็เป็นผู้สูงอายุ ที่มีการแสดงให้เห็นถึงชีวิตประจำวันที่ควรจะเป็นของผู้สูงอายุ โดยอาจจะมีคนรุ่นอื่นมาช่วยแสดงเป็นตัวประกอบในฐานะเป็นแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุในด้านต่างๆ จากแหล่งต่างๆ แล้วก็ช่วยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุ ในสังคมนี้ มีความสุขในลักษณะต่างๆ สุดท้ายพระเอก นางเอกก็ลงเอยแบบ Happy Ending
คือ อย่างน้อย ละครนี้ก็ช่วยให้
- ผู้สูงอายุได้รับรู้ว่า จะต้องเผชิญกับสิ่งที่อาจจะเป็นปัญหา หรืออุปสรรคในการดำเนินชีวิต เผื่อว่าจะได้มีการเตรียมตัว เตรียมลูกหลาน เตรียมสังคม และสิ่งแวดล้อม
- ผู้สูงอายุ ได้มีโอกาสเรียนรู้ว่า สิ่งที่บุคลากรสาธารณสุขแนะนำไว้ หรือสิ่งที่ลูกหลานบอกจนทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งกันในบางครั้งนั้น ทุกอย่างเป็นความจริง เป็นสิ่งที่ควรกระทำตาม
- ครอบครัว โดยเฉพาะลูกหลาน ได้เข้าใจความเป็นจริงของผู้สูงอายุในบ้าน ว่า เค้าไม่ได้มัวแต่บ่นว่าเรามาสั่งสอน เค้าไม่ได้ดื้อๆๆ อย่างที่เราคิด เค้ามีเหตุผลทุกอย่าง
คืออยากให้สถานีโทรทัศน์ ส่งเสริม หรือจัดให้มีละครทำนองนี้ อย่างน้อยช่องละเรื่อง ในช่วงเวลาที่ครอบครัวได้มีเวลาหรือโอกาสในการดูร่วมกัน แบบว่าพ่อ หรือแม่ติดละครเรื่องนี้นะ ทุกเย็นต้องไปรับมาดูที่บ้าน หลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ดูเหมือนจะโรแมนติคดีนะคะ สำหรับครอบครัวที่ยังมีผู้สูงอายุอยู่ อย่างน้อย ดูละครแสดงแล้วพ่่อ แม่ หรือลูก เหลียวมาค้อนกันคนละที วันรุ่งขึ้นชวนกันไปเดินออกกำลังกายที่สวนสุขภาพสักที
ก็ไม่แน่ใจนะคะ ว่าฝันไปหรือเปล่า แต่ดิฉันก็ฝันมานานแล้ว ว่า สักวันหนึ่งจะพยายามเปิด สวนผู้สูงอายุ แบบว่าเป็นบ้านพักผ่อนในแต่ละวันสำหรับผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่บ้านพักผู้สูงอายุแบบที่สถานสงเคราะห์คนขราจัดเตรียมไว้ให้ คือ รับผู้สูงอายุเข้ามาดูแลแบบเดิมๆ แต่จะเป็นแบบว่า เป็นวิมานผู้สูงอายุจริงๆ คืออะไรที่ผู้สูงอายุชอบ ผู้สูงอายุรัก ผู้สูงอายุอยากทำ ผู้สูงมีความสามารถในการดูแลตนเอง สามารถทำได้ เพื่อให้เกิดความสุข ความพึงพอใจ เราจัดให้เลยเช้า แบบว่า ในแต่ละวัน ลูกหลานออกจากบ้าน ผู้สูงอายุก็ออกด้วย เดินเข้ามาในวิมานนี้ด้วยรอยยิ้ม สวัสดี ทักทายกับทุกคนที่พบ 8.00 น. ร้องเพลงเคารพธงชาติ สวดมนต์ หลังจากนั้น ก็เข้าสู่กิจกรรมตามตารางที่จัดไว้ เช่น การบอกเล่าเรื่องราว แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็อาจเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุแต่ละคนสลับกันแสดงฝีมือในด้านต่างๆ เช่น ประกอบอาหาร เล่นดนตรี ปลูกต้นไม่้หรือดูแลสวนครัว หรือไม้ดอกที่ปลูกไว้ หลังอาหารเที่ยง เปิดโอกาสให้ดูTV ,ฟังข่าว, ให้คุยกัน หรือเล่นเกมส์่ต่างๆ หลังจากนั้น อาจจะอยากเอนหลัง พักผ่อนสายตา ก็ให้นอนหลับสัก 2 ชั่วโมง ตื่นขึ้นมา ต้องมายืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกันหน่อย รำวงก็ได้ ก่อนที่ลูกๆ หลานๆ จะมารับกลับบ้าน ด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเมื่อเช้า (ตอนมาส่ง) หรือเสียงหัวเราะดังๆ ร่ำลาเพื่อนๆ ที่ยังต้องคอยลูกๆ อยู่ก่อน
เห็นมั๊ยคะ วิมานผู้สูงอายุของดิฉัน น่าเข้ามารับบริการหรือเปล่า คาดว่าต้องได้สร้างแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ คือแต่เพียงว่า ผู้ใหญ่ๆ ที่เราจะชวนเค้ามาเป็นผู้บริหาร เค้าไม่ยอมพยักหน้า ในขณะที่พอไปเล่า โครงการนี้ให้ผู้ใหญ่หลังเกษียณและเตรียมเกษียณฟัง ทุกคนสั่งทันที ว่า จองด้วยคนนะ วิมานนี้น่าอยู่มากๆ
คือ ทุกวันนี้ดิฉันเห็นว่าสังคมไทยเรา ยังให้ความสำคัญกับความสุขของชีวิตบั้นปลายน้อยมาก คงเป็นเพราะเค้าๆ ยังไม่แก่กันกระมัง คือ ทุกวันนี้ดิฉันเห็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งอยู่ในบ้านกันมากขึ้น โดยลูกหลานก็จะบอกว่า ไม่มีเวลา เช้าขึ้น ก็ต้องรีบดูแลลูกเล็กๆ ไปส่งให้ทันโรงเรียนเข้า ตนเองก็ต้องรีบไปถึงที่ทำงานก่อนหัวหน้า งานเมื่อวันก่อนก็ยังไม่เสร็จดี หลังงานเลิก กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำ ถึงบ้าน บางทีก็ต้องอารมณ์เสียกับสามี และ/หรือลูกๆ อีก พ่อแม่น่ะหรือ เต้าแก่แล้ว ประสบการณ์สูง ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ถ้าต้องการอะไร เดี๋ยวเค้าก็บอกเราเองต้องส่วนใหญ่กว่าเราจะหยุดส่งเสียง หันไปอีกที เค้าก็หลับไปแล้ว
คือ ตัวลูกหลานเอง หรือคนที่ไม่เข้าใจผู้สูงอายุจริงๆ และที่สำคัญไม่เคยรับรู้ว่าผลการศึกษาวิจัยเดี๋ยวนี้ออกมาน่ากลัวแค่ไหน แบบว่าบางคนไม่เคยพูดกับผู้สูงอายุในบ้านเป็นเวลาหลายวัน ทำให้คิดว่า เค้าไม่มีปัญหา หรือมีความต้องการอะไรมากกว่าเดิม