1.ผมเป็นข้าราชการบำนาญ (ที่เป็นสมาชิก กบข.) เดิมเงินเดือน 44300 บาท รับบำนาญแค่ 25080 บาท หายไปเกือบครึ่ง ได้เงิน
ทดแทน (รับเงิน กบข.7 แสนบาท) มองดูเหมือนเป็นข้าราชการบำนาญ ชั้น 2
2.เพื่อนๆๆผมที่ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ หัวเราะเยาะผม กู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยใช้บำเหน็จตกทอดที่เหลือค้ำประกัน
ก็ได้รับกันไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก้อได้รับเยอะด้วยเพราะเงินบำนาญมาก (ไม่เป็น กบข.) ผมถูกหัวเราะเยาะ 2 ต่อ ทั้งๆ ที่เป็น
ข้าราชการบำนาญเหมือนกัน (หัวเราะครั้งแรก เงินบำนาญพวกเขามากกว่า หัวเราะครั้งที่ 2 กู้เงินได้ก่อนพวกผม ซึ่งปฏิบัติ
ตามนโยบายของรัฐมาตลอด)
3.ธนาคารออมสิน จ่ายสลากออมสินให้กับผู้กู้กับ ธ. .5%ของวงเงินที่กู้ แต่ไม่เกิน 2200 บาท แต่ต้องไม่ปิดบัญชีก่อน 1 ปี ให้กับผู้
ใช้บริการ 500 ท่านแรก (งานนี้พวกบำนาญ กบข.ก้อหมดสิทธิ ทั้งๆ ที่ผมไปจองคิวกับธนาคารออมสินได้คิวที่ 300 คนแรก)
4.หากผู้รับผิดชอบคิดได้ก้อคงไม่เลือกปฏิบัติ ข้าราชการบำนาญ(ปกติ) กับข้าราชการบำนาญ (กบข.) จริงๆแล้วเป็นข้าราชการ
บำนาญเหมือนกัน ถ้าจะให้ใช้สิทธิ์ในการ ขอกู้ได้พร้อมกัน เพียงกรมบัญชีกลางกำหนดแบบฟอร์มให้ข้าราชการบำนาญ(กบข.)
ยินยอมว่าจะใช้สิทธิ์ในตัวเงินบำเหน็จตกทอดจากฐานเงินในปัจจุบันเป็นตัวคำประกันและไม่ขอเรียกร้องสิทธิ์ที่อาจได้รับเพิ่ม
ก็สามารถกู้เงินได้พร้อมกัน ไม่ถูกหัวเราะเยาะจากข้าราชการบำนาญด้วยกัน (ผมสงสัยว่าผมคงได้รับบำนาญลดลงจากเดิมแน่ๆๆ)
บัญชีกลางจึงแบ่งแยกกลุ่มไม่ยอมรับรองบำเหน็จส่วนที่เหลือให้)
5.ช่วยแนะนำด้วย ผมจะไปฟ้องศาลปกครองได้มั๊ย กู้เงินได้ที่หลังของ ธ.ออมสิน ก้อหมดสิทธิ์ได้รับสลากประมาณ 2000 บาท การ
วางแผนใช้เงินผิดพลาดหมด ต้องจ่ายดอกเงินกู้ร้อยละ 20 ต่อเดือนไปอีกเท่าไหร่ (น่าน้อยใจจริงๆๆ) ถ้าผมต้องคอยให้ผมหัวเราะทีหลังดังกว่าซักนิดได้มั๊ย คือ เงินบำเหน็จตกทอดที่เหลือได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมปัจจุบัน และเงินบำนาญต้องเพิ่มขึ้น ณ วันที่สั่งด้วย) ผมถึงจะหายข้องใจ ถึงแก่ก้อยังคิดได้ครับ ไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหาร ขอบคุณมากนะครับ