“บัญชีกลาง” จับมือ 13 สถาบันการเงิน ร่วมลงนามโครงการนำบำเหน็จตกทอดค้ำประกันการกู้เงิน

อธิบดีกรมบัญชีกลางร่วมลงนามกับตัวแทนจากสถาบันการเงิน 13 แห่ง ในโครงการนำบำเหน็จตกทอดค้ำประกันการกู้เงิน โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2554 กรมบัญชีกลางได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการนำบำเหน็จตกทอด
ค้ำประกันการกู้เงินระหว่างกรมบัญชีกลาง และสถาบันการเงิน 13 แห่ง ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมี
นายอารีพงศ์  ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดงานในวันนี้สืบเนื่องจากที่มีนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีรายได้จากเงินบำนาญจำนวนไม่มากนัก ให้มีโอกาสเพิ่มขึ้น ในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยนำเงินบำเหน็จตกทอดที่ทายาทจะได้รับมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงิน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงิน 13 แห่ง และเพื่อให้การดำเนินการทางด้านนิติกรรมเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย จึงได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ การดำเนินโครงการนี้จะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญดีขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเป็นการช่วยเหลือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญอีกทางหนึ่งด้วย โดยวงเงินที่สถาบันการเงินจะปล่อยสิ้นเชื่อ
ในโครงการนี้ มีจำนวนกว่า 60,000 ล้านบาท หากมีการกู้เงินกันเต็มสิทธิที่ได้รับ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ตั้งแต่ สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป

นายอารีพงศ์ กล่าวว่า การร่วมมือดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2553 และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 บัญญัติให้ผู้รับบำนาญและผู้รับบำนาญพิเศษ
เหตุทุพพลภาพนำสิทธิบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ในการประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญและสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงการคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ที่จะมีทางเลือกในการกู้เงินกับสถาบันการเงินมากขึ้น โครงการนี้สำเร็จลุล่วงได้เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณมาในโอกาสนี้ด้วย

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า การร่วมลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ที่ได้รับเงินบำนาญต่อเดือนไม่มากนัก มีทางเลือกด้านการเงินเพิ่มขึ้นที่จะสามารถมีเงินนำมาลงทุนประกอบอาชีพ หรือซ่อมบำรุงที่อยู่อาศัย โดยการกู้เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำและสามารถผ่อนได้

ระยะยาว โดยมีสถาบันการเงินเข้าร่วมโครงการทั้ง 13 แห่ง ได้แก่ 1. ธนาคารกรุงเทพ 2. ธนาคารกรุงไทย 3. ธนาคารกสิกรไทย 4. ธนาคารทหารไทย 5. ธนาคารไทยพาณิชย์ 6. ธนาคารนครหลวงไทยธนชาต 7. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย 8. ธนาคารไทยเครดิต 9. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 10. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 11. ธนาคารออมสิน 12. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ 13. ธนาคารอิสลาม
แห่งประเทศไทย

พร้อมกันนี้ กรมบัญชีกลางได้เตรียมความพร้อมในเรื่องระบบการตรวจสอบสิทธิ การตรวจสอบข้อมูล และการอนุมัติวงเงินบำเหน็จตกทอด ระหว่างกรมบัญชีกลาง ส่วนราชการ และธนาคารเรียบร้อยแล้ว โดยกรมบัญชีกลาง
จะออกหนังสืออนุมัติรับรองสิทธิวงเงินบำเหน็จตกทอด ส่งให้ผู้รับบำนาญตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการขอกู้เงินกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ โดยสามารถยื่นคำร้องขอรับรองสิทธิได้ที่หน่วยงานที่เคยรับราชการ ในพื้นที่ที่พักอาศัยหรือใกล้เคียง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน่วยงานสุดท้ายก่อนออกจากราชการ แบบคำร้อง สามารถขอรับได้ที่หน่วยงานที่จะไปยื่นคำขอ หรือสำนักงานคลังจังหวัด ทั่วประเทศ และสำนักงานคลังเขต 9 เขต หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2270-6400