• สวัสดีครับคุณพันดา
  • ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆ นะครับ
  • แสดงว่าการปลูกยูคาที่ให้ได้ผลชัดเจนก็ต้องปลูกให้มีอายุมากกว่าสิบปีใช่ไหมครับ
  • กรณีการปลูกเพื่อตัดส่งโรงงานนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อสภาพดินได้หรือเปล่าครับ หรือว่าหากมีการจัดการดินได้ดี ก็ไม่มีผลกระทบ
  • กรณีการปลูกมันสำปะหลัง ไม่ได้มีการคืนสภาพอินทรีย์คืนสู่ดินเลยหรือครับ
  • เคยมีคนทำวิจัยไหมครับ ว่าระหว่างดินที่ดีพร้อม นำมาปลูกยูคาแบบนำใบไปกลั่นเป็นน้ำมัน กับการปลูกพืชพื้นเมืองเอง อันไหนจะคุ้มค้ากว่ากันครับ
  • เคยมีคนทดลองเรื่องสภาพดินไหมครับ ในพื้นที่ต่างๆ เช่นพื้นที่ดินเสื่อมสภาพ แล้ววัดคุณภาพดิน แล้วจากนั้นปลูกยูคา แล้วไปแต่ละรุ่นแล้วตรวจสอบคุณสมบัติดิน ว่ามีสารอาหารในดินเปลี่ยนไปอย่างไร
  • เป็นไปได้ไหมที่จะทำการปลูกแบบผสมผสานเพื่อให้พื้นที่นั้นมีการเกื้อกูลที่ดี เช่นอาจจะปลูกพืชทนแล้งได้มากในระยะแรก แล้วจากนั้นค่อยปลูกที่ทนแล้งระดับปานกลางในระยะที่สอง แล้วเมื่อมีการเจริญของพืชพื้นเมืองแล้วค่อยปลูก พืชชนิดอื่น แล้วอาจจะให้ผลได้เหมือนๆ กันกับป่ายูคา หรือว่า อย่างอื่นที่อาจจะดีกว่า
  • ที่พูดมานี้ผมยังเชื่ออย่างที่คุณบอกนะครับ ว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านเข้าใจในเรื่องการปลูกยูคาที่ดีพอ แล้วที่สำคัญคือ จะปลูกพันธุ์ไหน มีคนดูแลชาวบ้านและให้คำแนะนำตลอดไหมครับ
  • การปลูกในที่คันนา นี้ มีตัวอย่างให้เห็นได้ชัดไหมครับ ที่ว่าปลูกแล้วเกินสิบปีนะครับ ทางภาคอีสานนะครับ ผมอยากจะทราบว่าจะมีความสมดุลเกิดขึ้นอย่างไรบ้างครับ กับการปลูกยูคาบนคันนาแบบต่อเนื่อง อยากจะทราบว่านาข้าวปกติจะมีผลกระทบในทางที่ดี หรือด้อยอย่างไรบ้างครับ แล้วเทียบกับผลผลิตของข้าวก่อนจะมีการปลูกยูคา อาจจะทำงานให้ต่อเนื่องครับ
  • หากได้ผลเป็นที่น่าสนใจ ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง แต่หากไม่ดีก็ต้องแจ้งชาวบ้านให้ทราบทั่วถึงกันครับ
  • ท้ายสุดแล้ว พืชทุกชนิดคงมีผลดีและด้อยในตัวของมัน อยู่ที่ว่าเราจะศึกษามันลึกขนาดไหนครับ ที่สำคัญทำแล้วให้ชุมชนยั่งยืนจริงๆ นะครับ
  • ขอเป็นกำลังใจนะครับ ขอบคุณมากครับ