ที่กระเพาะอาหารและตับมีน้ำย่อยชนิดหนึ่งคือดีไฮโดรจีเนส(Dehydrogenases) มาทำลายเหล้าที่ดื่มเข้าไป ได้สารชื่อเอเซตัลดีไฮด์(Acetaldehyde) ซึ่งมีพิษมากเพราะคล้ายกับน้ำยาฟอร์มาลดีฮายด์ ซึ่งเป็นน้ำยาดองศพ ย่อยไปมาได้อาซีเตท(Acetate)คือน้ำส้มสายชู และแปลงสภาพเป็นคาร์บอนไดออกไซค์กับน้ำ
กรดแลคติกนี้เป็นกรดเจ้ากรรม ทำให้เกิดความกระวนกระวายใจ
เหล้าทำให้กรดยูริคสูงด้วย เกิดโรคเกาท์
เหล้ากับกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม
จากกการศึกษาพบว่าถ้าในครอบครัวติดเหล้า ลูกหลานจะพลอยติดไปด้วย
ถ้าพ่อหรือแม่ติดเหล้า ลูกมีโอกาสติด25%
ถ้าทั้งพ่อและแม่ทั้งคู่ติดเหล้า ลูกมีโอกาสติด50-60%
ผลกระทบจากการดื่มเหล้า
หลงๆลืมๆ ความจำขาดช่วง(Blackout)
ระคายเคืองทางเดินอาหาร อาจมีเลือดออกในกระเพาะ
อัตราเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารสูง
ตับอ่อนอักเสบ
เป็นพิษต่อตับ ไขมันสะสม ตับแข็ง
มีผลต่อระบบประสาท ปลายประสาททำงานไม่ได้เกิดอาการชา
ความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าเมื่อเช้าทำอะไร สร้างความจำเทียมขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว(Confabulation)
เหล้ามีผลต้อหัวใจโดยตรง ทำให้หัวใจเต้นแรง เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผู้ชายที่ดื่มเหล้ามีโอกาสเป็นหมันได้สูงและมีเต้านมโตขึ้นเพราะเมื่อตับเสียจะทำลายฮอร์โมนเพศหญิงไม่ได้
ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึง3เท่า
ผลกระทบต่อสังคมมีมากเช่นกัน
ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
มีผลต่อคุณภาพชีวิตในครอบครัว ดื่มมากศูนย์บังคับจิตใจเสียเกิดความก้าวร้าว เกิดความกล้า บางคนที่เศร้าอยู่แล้วฆ่าตัวตายสำเร็จเพราะเหล้า
วงจรการติดเหล้า
เมื่อเหล้าเข้าสู่สมองส่วนกลาง จะไปออกฤทธิ์ที่ศูนย์สุขีและศูนย์กังวลใจทำให้หลั่งสารเบต้า เอนดอร์ฟีน(BETA ENDORPHINE)และสารกาบา(GABA)ออกมามาก สารเคมีนี้ไปกระตุ้นตัวรับ(RECEPTOR)ของเซลสมองตัวถัดๆไปในศูนย์นั้นๆ ไปทำให้เบิกบานใจ คลายทุกข์ร้อนใจ มีความกล้ามากขึ้น
ต้องไปตัดวงจรให้ขาด
(อ้างอิงจากทรงเกียรติ ปิยะกะและเวทิน ศันสนียเวทย์.(2540). ยิ้มสู้ เรียนรู้ยาเสพติด.กรุงเทพ ฯ:สำนักพิมพ์มติชนจำกัด มหาชน.)