www.tutorchula.com/c-d-c/paper9.htm
บทความ ทฤษฎีคนอัจฉริยะ (การพัฒนา เด็ก-คนปกติ ให้ไปสู่ คนอัจฉริยะ)
ผู้เขียน อ.ปั้น
ผมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาว่า ทำไมคนบางคนสามารถเกิดขึ้นมาเป็นคนที่เก่งมากเป็นระดับอัจฉริยะ ทั้งที่บางคนดูในวัยเด็กแล้ว ไม่มีความเก่งกาจใดๆ แต่สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนเก่ง ที่มีความสามารถได้ การที่คนบางคนสามารถเกิดมาเป็นอัจฉริยะได้ แต่บางคนทำไม่ได้ คำถามแรก ถ้าเราจัดรูปแบบสภาพแวดล้อมทุกอย่างให้คนทั่วไป ดำเนินกระบวนการแบบเดียวกับอัจฉริยะภาพ คนคนนั้นจะกลายเป็นอัจฉริยะภาพได้ไหม ทฤษฎีอัจฉริยะภาพ คือ การพยายามจัดสภาพแวดล้อม ด้วยปัจจัยต่างๆ เพื่อให้คนๆหนึ่งสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นอัจฉริยะได้ (จริงๆแล้วอาจไม่ใช่อัจฉริยะ แต่เป็นคนเก่ง ก็ถือว่าใช้ได้)
M --- P---> G , I
M เด็ก หรือ คนทั่วไป
--- P--> กระบวนการพัฒนา คนธรรมดา ให้เป็น คนอัจฉริยะ
G , I คนอัจฉริยะ หรือ คนเก่ง
ปัจจัยในกระบวนการพัฒนา คนธรรมดา ให้เป็น คนอัจฉริยะ
1.การส่งเสริมความรู้-ความชำนาญ (การศึกษา)
2.การได้รับโอกาส-ประสบการณ์ (การที่ได้ทำงาน หรืออยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีคนเก่งมากมาย)
3.กระบวนวิธีคิดของคน คนนั้น (รู้จักมองและคิดทะลุปัญหาต่างๆ)
4.บุคลิกภาพของคน คนนั้น
เช่น เรามีจบมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก มีโอกาสในการทำงานห้องวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศ พบเจอคนเก่งมากมาย เรียนรู้วิธีคิด พัฒนาสิ่งใหม่ๆ มีบุคลิกภาพรับฟังความเห็นคนอื่นๆ อดทนต่อการทำงาน เป็นต้น
อัจฉริยะหลายคน ถูกฝึกสอนโดยอัจฉริยะอีกคนหนึ่ง ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจำนวนมากเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นำของโลก ทำงานในสถานบันชั้นนำ อยู่ภายใต้บรรยายกาศที่แวดล้อมไปด้วยคนเก่งมากมาย
เอกสารประกอบ
(จากเรื่อง อัจฉริยะปัจจัย ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน)
นักวิทยาศาสตร์ที่พ่อแม่ไม่ได้เลย
โลกนี้มีอัจฉริยะนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่แหกกรง คือ เก่งโดยที่บิดา – มารดาไม่ได้มีความสามารถสูงในสาขาเดียวกันเลย เช่น Niels Bohr มีบิดาเป็นศาสตราจารย์สรีรวิทยา Maria Goeppert Mayer เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี พ.ศ. 2506 ด้วยผลงานทฤษฎีโครงสร้างนิวเคลียสแบบ shell model เธอมีบิดาเป็นศาสตราจารย์กุมารเวชศาสตร์ หรือ Hideki Yukawa ผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี พ.ศ. 2492 จากผลงานทฤษฎีแรงนิวเคลียร์ มีบิดาเป็นศาสตราจารย์ภูมิศาสตร์ ส่วนบิดาของ Marie Curie เป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียน และ Max Planck นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ประจำปี พ.ศ. 2461 จากผลงานการคิดทฤษฎีควอนตัม ก็มีบิดาเป็นทนาย หรือในกรณีของ Hans Oersted ผู้พบว่ากระแสไฟฟ้าทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก ก็มีบิดาเป็นเภสัชกร ส่วน Robert Millikan ผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี พ.ศ. 2466 ด้วยความสำเร็จในการวัดประจุของอิเล็กตรอนมีบิดาเป็นนักเทศน์ สำหรับ Galilei Galileo นั้นมีบิดาเป็นนักดนตรี และ Christian Huygens นักฟิสิกส์ชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้พบทฤษฎีคลื่นของแสง มีบิดาเป็นทูต ส่วน Wilhelm Rontgen ผู้พบรังสีเอ็กซ์และเป็นผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี พ.ศ. 2444 มีบิดาเป็นพ่อค้า หรือในกรณี Isaac Newton ก็มีบิดาเป็นชาวนา และ Charles Coulomb ผู้พบกฎแรงดึงดูดและผลักระหว่างประจุไฟฟ้า ก็เป็นลูกของข้าราชการ หรือแม้แต่ Albert Einstein ก็มีบิดาเป็นนักธุรกิจ สำหรับ Johannes Kepler ผู้พบกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์นั้นก็มีบิดาเป็นนายทหาร และ James Maxwell เจ้าของทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีบิดาเป็นเศรษฐีที่ดิน ส่วน Jean Fouries เจ้าของทฤษฎีการนำความร้อนในของแข็ง และเป็นผู้คิดคณิตศาสตร์แขนง Fourier Analysis ก็มีบิดาเป็นช่างตัดผ้า Georg Ohm เจ้าของกฎของ Ohm ก็มีบิดาเป็นช่างทำกุญแจ และMichael Faraday ผู้พบปรากฎการณ์เหนี่ยวนำไฟฟ้าเป็นลูกของช่างตีเหล็ก ส่วน Ernest Rutherford ผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี พ.ศ. 2451 จากการพบนิวเคลียสในอะตอมมีบิดาเป็นช่างซ่อมรถยนต์
เวลาที่แสดงออกถึงความสามารถ
มีตัวอย่างที่แตกต่างกันมากให้เห็นอย่างหลากหลาย เช่น Karl Gauss ผู้สามารถบอกบิดาตั้งแต่อายุ 3 ขวบว่า บิดาคิดค่าจ้างคนงานผิด และเมื่อเวลาผ่านไป Gauss ก็ยิ่งเก่ง จนเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่เทียบเท่า Newton และ Archimedes หรือสำหรับ Freeman Dyson ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างทฤษฎี quantum electrodynamics (QED) ก็ได้เล่าว่า ในขณะที่มีวัย 4 ขวบ แทนที่จะวิ่งเล่นเหมือนเด็กทั่วไป เขากลับนั่งบวกเลข และก็ได้แสดงแววอัจฉริยะเมื่อได้พบว่า 1+ 1/2+1/4 + 1/6+1/8 +1/6... มีค่าเท่ากับ 2 สำหรับ Mary Catherine Balesin ผู้เป็นนักมานุษยวิทยา ก็เล่าว่าในวัยเด็กเธอชอบเฝ้าดูพฤติกรรมของเพื่อน ๆ ในห้อง แล้วจดบันทึกข้อสังเกตต่าง ๆ
ส่วน Richard Dawkins นักชีววิทยาด้านทฤษฎีวิวัฒนาการก็ได้บอกว่าความสนใจของตนด้านนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อได้อ่านนวนิยายเรื่อง The Adventures of Dr.Doolittle ตั้งแต่เรียนชั้นประถม เหล่านี้คือตัวอย่างของอัจฉริยะบุคคลที่แสดงแววฉลาดตั้งแต่เด็ก แต่ในขณะเดียวกันก็มีอัจฉริยะอีกหลาคนที่ชีวิตได้ล้มเหลวมานานา แต่ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อได้พบและทำงานที่ตนถนัด เช่น Leo Tolstoy นักประพันธ์ชาวรัสเซีย ผู้ประพันธ์นวนิยายอมตะเรื่อง War and Peace เคยถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัย ส่วน Werner von Braun วิศวกรชาวเยอรมันผู้ประดิษฐ์จรวด V2 ที่นาซีใช้ถล่มอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และสร้างจรวด Saturn V ที่ขับนำยาน Apollo ไปดวงจันทร์นั้นก็มีประวัติการเรียนว่าเคยสอบคณิตศาสตร์ตก Louis Pasteur นักเคมีและนักจุลชีววิทยา ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยการพบวัคซีนโรคกลัวน้ำก็เล่าว่า ในสมัยที่เรียนเคมีที่ Royal College เขาเรียนได้ไม่ดีหรือเด่นเลย สำหรับ Louis May Alcott เจ้าของบทประพันธ์คลาสสิคเรื่องLittle Women นั้นก็เคยถูกบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ตำหนิว่า ไม่มีความสามารถในการเขียนหนังสือเลย และ Winston Churchill ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เคยสอบตกตอนอยู่ ป.6 และต้องสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยที่ Sandhurst ถึง 3 ครั้ง จึงเข้าได้และขณะเรียนที่นั่นครูได้เคยบ่นว่า เป็นนักเรียนที่ไม่มีจินตนาการเลย แต่ในที่สุดเด็กชายผู้ไร้ความฝันคนนี้ในเวลาต่อมาได้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี พ.ศ. 2496