วันนี้ดิฉันได้พาลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลช้างเผือกเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาล 30 บาท ที่รักษาอยู่เป็นประจำเวลาที่ลูกป่วยและไม่มีเงิน ถ้ามีเงินก็ไม่เคยไป ไปแค่บางช่วงที่ขับสนเท่านั้น และทุกครั้งที่ไปก็มักจะเจอแต่สิ่งที่แย่ ๆ เช่น พยาบาลและหมอพูดไม่เพราะ บริการแย่สุด ๆ วัดไข้ก็ไม่ได้เรื่อง แต่จำเป็นที่จะต้องไปเพราะขับสนจริง ๆ ในบางเวลา และวันนี้ก็เช่นกันพาลูกชายไปเพราะนิ้วโป้งของลูกงอขึ้นลงไม่ได้ และทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลไม่ว่าโรงพยาบาลไหนดิฉันก็จะให้ลูกสวมหน้าอนามัยเสมอ และวันนี้ก็เช่นกัน พอไปจุดคัดกรองเสร็จซึ่งก็ได้รับการบริการแย่เหมือนทุกครั้งซึ่งก็ชินแล้ว และเมื่อเข้าไปพบหมอ หมอก็ดึงหน้ากากอนามัยของลูกดิฉันและส่งให้ดิฉันพร้อมพูดว่าไม่ต้องใส่หรอกจะใส่ไปทำไมหัดให้ลูกได้รับเชื้อโรคบ้างจะได้แข็งแรงดิฉันก็ไม่ว่าอะไรก็รับหน้ากากอนามัยไว้ พอหมอดูนิ้วมือลูกดิฉันแล้วก็พูดว่า นิ้วเป็นอย่างนี้ไม่มีวิธีรักษาหรอกก็ให้กลับบ้านแล้วเอาน้ำอุ่นประคบแล้วหมุนขึ้น หมุนลง พร้อมทำให้ดูลูกดิฉันก็ร้องว่าเจ็บ ๆ ดิฉันก็ไม่ว่าอะไร แล้วดิฉันก็ถามหมอว่า เอ๊ คุณหมอค่ะที่นิ้วลูกดิฉันเป็นอย่างนี้เกิดจากสาเหตุอะไรค่ะ หมอตอบยังไงรู้ไมค่ะ หมอตอบว่า “จะไปรู้หรอ เธอเป็นแม่เธอยังไม่รู้เลย แล้วหมอจะรู้หรอ” เป็นคำตอบที่ถูกต้องเลยค่ะ ดิฉันก็ลุกขึ้นจูงมือลูกออกมาเลย ไม่มีคำพูดอะไรหลุดจากปากดิฉันค่ะ ไม่รอสรุป ไม่รอนัดต่อไป ออกมาแล้วกลับบ้านเลยค่ะ ที่จริงคนที่เป็นหมอควรมีสำนึกความเป็นหมอบ้างก็ดีนะค่ะ เพราะหมอที่ดีไม่เห็นแก่เงิน จะเป็นหมอที่พูดจาไพเราะสามารถรักษาได้ทั้งกายและจิตใจของคนไข้ แม้แต่คำพูดก็สามารถให้กำลังใจคนไข้หรือญาติ ๆ คนไข้ได้ เพราะแค่คนไข้ไม่สบายญาติ ๆ ก็เป็นทุกข์มากพออยู่แล้ว แต่คำพูดของหมอยิ่งบั่นทอนความรู้สึกให้แย่ลงไปอีก ซึ่งเป็นหมอที่ไร้จรรยาบรรณ ไร้เมตตา ใจดำ