การสร้างแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปปฏบัติได้จริง ควรให้ทุกภาคส่วนในชุมชนได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าถ่ายระดับของกรมสุดท้ายจะเป็นแผนที่ของเจ้าหน้าที่ ชุมชนไม่มีความเป็นเจ้าของก็จะให้เจ้าหน้าที่นำทางในการจัดการสุขภาพชุมชนเหมือนเดิมก็คือแบบเดิิมนั้นแหละ แผนที่ทางเดินฯ.ที่ชุมชนได้คิดเองก็อยากลองทำดูว่าจะสำเร็จจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุน บางครั้งกิจกรรมอาจไม่ตรงกับตัวชี้วัดของตนเอง แต่ควรปล่อยให้ชุมชนทำไปก่อนลองผิดลองถูกคอยแนะนำให้เขากิจกรรมง่ายๆลงมือปฏิบัติก่อน เมื่อเขาทำได้ภูมิใจว่าสำเร็จได้ เจ้าหน้าที่จึงค่อยเอากิจกรรมที่ตรงกับตัวชี้วัดใส่ลงไป บางครั้งเจ้าหน้าที่ใจร้อนอยากได้ตามใจตนเองตรงกับตัวชี้วัดตนเอง สุดท้ายเอาความคิดตนเองใส่ไปในแผนที่ฯ.ชุมชนมีความรู้สึกว่ากำลังทำงานให้เจ้าหน้าที่ไม่ใช่ทำงานให้ชุมชนของเขา เขาจะต่อต้านทันที ส่วนใหญ่ที่ไม่สำเร็จเพราะความใจร้อนกลัวงานไม่ตรงกับตัวชี้วัด ปัจจุบันนี้ผู้นำชุมชนกำลังปเี่ลี่ยนผ่านผู้นำรุ่นเก่ากับผู้นำรุ่นใหม่ จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ของตำบลต่างๆ เกิดการผสมผสานความคิดคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ ที่อยูใกล้ชิดกับชุมชน คือ รพสต.มองภาพให้ออกว่าผู้นำรุ่นไหนนำทางรุ่นไหนจับทางให้ถูก คนรุ่นใหม่มีหลักวิชามีความรู้สามารถเติมได้อีก แต่คนรุ่นเก่ามีภูมิปัญญาไม่สามารถเติมสิ่งใหม่ได้มากหรือรับไม่ทัน แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์สำเร็จได้ต้องมีผู้นำที่หลากหลายทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ก่อนการอบรบการสร้างแผนที่ฯ. ควรนำกลุ่มเป้าหมายอบรมปรับกระบวนความคิดให้สอดคล้องกันก่อน บอกแล้วว่าอย่าใจร้อน ถ้าต้องการให้เกิดนวัตกรรมต้องไม่ทำแบบเดิมๆ 19 กรกฏาคม 54