คราวต้องเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ ฉะนั้นการที่ผู้ว่าการได้ประกาศผลการสอบคัดเลือกแล้วกำหนดว่า บัญชีผลการสอบคัดเลือกครั้งนี้ให้กำหนด 2 ปี นับแต่วันประกาศ จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและไม่มีอำนาจที่จะกำหนดได้
8. การใช้ดุลพินิจอย่างมีเหตุผลเพียงพอ ฝ่ายปกครองต้องให้เหตุผลในการใช้ดุลพินิจทุกครั้ง เช่น พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 บัญญัติให้คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นที่สุดนั้นหมายถึง เป็นคำชี้ขาดที่ถูกต้องตามที่กฎหมายให้อำนาจ หากคำชี้ขาดใดไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีเหตุผลเพียงพอในการทำคำวินิจฉัยแล้ว ผู้ที่ได้รับความเสียหายเพราะคำชี้ขาดย่อมมีอำนาจฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงได้
9. การใช้ดุลพินิจไม่ขัดกับหลักกฎหมายทั่วไป ในการดำเนินกิจกรรมทางปกครองในนิติรัฐ จำเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายปกครองจะต้องคำนึงถึงหลักการอันเป็นรากฐานของกฎหมายปกครอง ได้แก่ หลักความพอสมควรแก่เหตุที่ห้ามมิให้ฝ่ายปกครองกระทำการอันมีผลเป็นการสร้างภาระให้เกิดกับปัจเจกชนเกินสมควร แต่กำหนดให้ฝ่ายปกครองต้องกระทำการให้พอเหมาะพอประมาณกับสภาพของข้อเท็จจริง ในการพิจารณาว่าฝ่ายปกครองกระทำการตามหลักความพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือทางกฎหมายที่ฝ่ายปกครองเลือกใช้ และวัตถุประสงค์ของการกระทำทางปกครองนั้น เครื่องมือทางกฎหมายที่ฝ่ายปกครองเลือกใช้ก็คือมาตรการที่ฝ่ายปกครองกำหนดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็น “คำสั่งทางปกครอง” หรือ “กฎ” ก็ได้ ส่วนวัตถุประสงค์ของการกระทำทางปกครองนั้น ย่อมจะเห็นได้จากบริบทของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ประกอบกับมาตรการที่ฝ่ายปกครองเลือกใช้เอง
6 ปัญหาการใช้ดุลพินิจ หรือ อำนาจโดยมิชอบ
ในการขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น ในหลาย ๆ กรณี เป็นการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองที่ไม่ถูกต้อง มีผลทำให้ กฎหรือคำสั่งฯมิชอบ ซึ่ง หากครบตามเงื่อนไขของกฎหมาย ศาลก็จะสั่งให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น เพื่อรอการเพิกถอนกฎหรือคำสั่งฯ ต่อไป
ในการดำเนินการของฝ่ายปกครองที่ยึดหลักกฎหมาย หรือเดต้าเดอดรัวส์ หรือฝ่ายปกครองที่ใช้อำนาจโดยเผด็จการ หรือ เดต้าเดอโปลิศ ทั้งสองอย่างนี้จะตรงกันข้ามกัน หากเป็นการใช้อำนาจโดยเผด็จการก็จะไปกระทบสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งกฎหมายปกครองเยอรมันยึดถือหลักนี้ แต่กฎหมายปกครองฝรั่งเศสเน้นหลักความมีประสิทธิภาพ สำหรับของไทยควรยึดทั้งสองหลักตามกระแสโลก “โลกาภิวัตน์”
ในการสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น ต้องดูการใช้อำนาจของศาลด้วย ซึ่งตามหลักของฝรั่งเศสนั้น แบ่งคดีที่ศาลปกครองพิจารณาออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. คดีที่ฟ้องขอให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งฯที่มิชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ฝ่ายปกครองทำเกินอำนาจ ขอให้เพิกถอนนิติกรรม
2. คดีที่ศาลมีอำนาจเต็ม โดยการร้องขอให้ศาลใช้อำนาจตุลาการอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้สภาพเดิมกลับคืนมาได้แก่ ฟ้องคดีละเมิดทางปกครอง สัญญาปกครอง(ละเมิด)
3. คดีที่ขอให้ศาลตีความที่ศาลยุติธรรมส่งให้ศาลปกครอง
4. คดีอาญาบางกรณีเป็นอำนาจพิเศษ
สำหรับกรณีที่ใช้มากก็คือคดีประเภทที่ 1 และ 2 สำหรับของไทย การขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง หากเป็นกรณีศาลมีอำนาจเต็ม ผู้ฟ้องต้องขอให้ศาลมีคำบังคับให้สอดคล้องกับคำฟ้องด้วย ตามมาตรา 42 มาตรา 9 และ มาตรา 72 แห่ง พรบ.จัดตั้งฯ
7 กรณีตามข่าวและตามอุทาหรณ์คดีปกครอง
คดีปกครองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และ ที่กำลังจะเกิด มีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพ และ สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากกระแสโลก “โลกาภิวัฒน์” ในยุคปัจจุบัน ฝ่ายปกครองจึงต้องมีความรอบคอบในการทำคำสั่งทางปกครอง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากสังคมไทยมักมีปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยสอดแทรกเข้ามาเป็นตัวแปรทำให้เกิดการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการบิดเบือนอำนาจ หรือ ดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามรูปแบบขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งน่าเป็นห่วงมากสำหรับระบบราชการไทย อาทิเช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีโครงการตัดถนนผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1เอ โดยไม่ผ่านขั้นตอนตามกฎหมายหรือการประชาพิจารณ์ในกรณีของทางหลวงแผ่นดินผ่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (มรดกโลก) และเช่นกัน เมื่อปลายปี 2552 เทศบาลนครนครราชสีมาประสบปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในเขตเมือง เพื่อรองรับการบริโภคน้ำของประชากร และโรงงานอุตสาหกรรม จึงเสนอโครงการก่อสร้างวางท่อประปา 3 พันล้าน เพื่อวางท่อเมนส่งน้ำจากเขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี มายังพื้นที่อำเภอเมืองฯ ระยะทางกว่า 66 กิโลเมตร ซึ่งศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งคำสั่งที่ 241/2552 (คำร้องที่ 14/2552) ให้ศาลปกครองนครราชสีมา ดำเนินการรับฟ้อง และปัจจุบันศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งบรรเทาทุกชั่วคราว สั่งระงับการก่อสร้างโครงการฯไว้ก่อน (ข่าวโคราชรายวัน คนอีสาน, ปีที่ 35 ฉบับที่ 1874, 23-26 ตุลาคม 2552.)
จากกรณีอุทาหรณ์ใน 2 กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีประชากรและพื้นที่มาก เป็นเมืองเศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรม ประกอบด้วยเป็นเมืองที่มีปัจจัยแข็งในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้สำหรับหน่วยงานราชการซึ่งมีทั้งฝ่ายนักวิชาการและนักกฎหมาย จากข้อมูลพบว่าในการชี้แจงศาลปกครอง เทศบาลนครนครราชสีมา มิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความถูกต้องสมบูรณ์ของการจัดทำประชาพิจารณ์โครงการก่อสร้างท่อประปา 3 พันล้านนี้ ทำให้ศาลต้องสั่งระงับการก่อสร้างโครงการฯไว้ก่อน หากพิจารณาในอีกมุมหนึ่ง การที่ศาลสั่งเช่นนั้น หากต่อมาปรากฏว่าการดำเนินการจัดทำสัญญาทางปกครองก่อสร้างวางท่อประปาฯ มิชอบ จะมีปัญหาเรื่องการเยียวยา เพราะจะยากต่อการเยียว เนื่องจากมูลงานงานก่อสร้างสูงมา และในขณะเดียวกัน ประชาชนและเอกชน บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมาจะเสียประโยชน์ เพราะถูกระงับโครงการ มีปัญหาเรื่องการใช้น้ำอุปโภคบริโภคที่ไม่พอเพียงสำหรับเมืองใหญ่ แต่ ประชาชนในเขตชนบทไม่ยอม เพราะเป็นการแย่งชิงทรัพยากรน้ำมาจากเขา โดยเขาไม่ได้ยินยอม ฯลฯ เป็นต้น เรื่องนี้นับเป็นอุทาหรณ์ของคดีปกครองได้เป็นอย่างดี