สรุปการบรรยาย โดยทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การบรรยายหัวข้อ “HR for Non-HR และการสร้างทุนมนุษย์ที่สกย.”
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
12 ก.ค. 54
เกริ่นช่วงแรก
- ในทีมบริหารจัดการ มีเรื่อง Know and Do ที่ต้องทำ :
- คิดเรื่อง Project Proposal ไม่ต้องรอเจ้านายสั่ง
- Project Approval
- Project Presentation
- การทำอะไรก็แล้วแต่ควรให้ Incentive กับคน ที่เหลือคือความถูกต้อง ยุติธรรม Incentive คือแรงจูงใจ
ดร.จีระ สรุปสิ่งที่ได้จากการบรรยายให้ สกย.ในวันแรกฟัง ดังนี้
- ดร.จีระ ได้เรียนรู้จากสกย. ในเรื่องความมุ่งมั่นความตั้งใจสูงไม่แตกต่างจากองค์กรใหญ่ ๆ คือ กฟผ. และสำนักข่าวกรอง ได้เห็นคุณภาพของคนในห้องนี้
- ตอนทำ Workshop ตอบประเด็นเร็วมาก และตอบคำถามดีมากและให้ความสนใจด้านชุมชน เป็นการให้ความสำคัญในรากหญ้า ควรให้มีการใส่เรื่องประชาธิปไตย ความปรองดอง ความสามัคคี ผ่านทางวิทยุชุมชนด้วยจะดีมาก บางครั้งอาจมีการพูดเรื่องยางและการเกษตร สู่การขยายพรมแดนด้านอื่น เช่นสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อม อนามัย
- สกย. ต้องถามว่า Stake Holder คือใคร แล้วเขามีความพอใจหรือไม่ ? ต้องเป็น Partner กับเขา และทำงานร่วมกัน HR ยุคใหม่ ต้อง Behavior Change ห้ามแตกแถวเด็ดขาด เพราะแรงบันดาลใจของคุณคือ Knowledge ในห้องนี้อาจมีตัวแทนด้านการเกษตรสักคน และมีตัวแทนบ้าง คำนึงถึงเป้าหมายของเราคือประโยชน์ของประเทศ
- ค้นหา GAP ว่าต้องทำอะไรเพิ่มขึ้น อาจนำไปปฏิบัติทันทีไม่ได้เพราะส่วนหนึ่งคือปรัชญา ขณะนี้ ทุนมนุษย์คือ 1 ใน 4 ทุนของโลกในปัจจุบัน เช่น คน เงิน ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี Ethical Capital , ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่บ้าคลั่งทุนทุกอย่างยกเว้นคน
- จากหนังสือเรื่อง Meta Secret เวลาทำงานที่ไหนจะเข้าไปมองที่ Process คือกระบวนการว่าติดตรงไหน
HR for Non-HR และการสร้างทุนมนุษย์ที่สกย.
- ถ้าจะพูดเรื่องคน สิ่งแรกที่ต้องพูดคือ Level ทรัพยากรมนุษย์สำคัญเท่ากับทรัพยากรอื่น ๆ หรือไม่ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในกับดักที่น่ากลัวเนื่องจากเรามีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีประมงที่ยิ่งใหญ่ มีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาปลูกเข้าได้ดีที่สุดในโลก
- มีทฤษฎีทางเศรษฐศาตร์ Factor Proportion คือถ้าประเทศใดมีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าคน ประเทศนั้นก็จะใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือย Exploit สิ่งแรกคือความไม่สนใจเรื่องคน เราต้องเปลี่ยนจากทำมาทำให้มีคุณภาพ และทำอย่างจริงจัง
- เราต้องวัดว่าเมื่อฝึกอบรมไปแล้วได้ประโยชน์จริงหรือไม่ วิชา HR สอนยาก เนื่องจากความสนใจของคนมีน้อย แต่องค์กรไหนก็ตามที่ลงทุนเรื่องคนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผลตอบแทนก็จะสูงขึ้นและมีความยั่งยืนในอนาคต ให้ดูตัวอย่างจากประเทศที่ลงทุนทางด้านคน เช่นที่ สิงคโปร์
- การบริหารจัดการทุนมนุษย์ให้ได้ผล ต้องมีปัจจัยบางอย่างที่ช่วย ทุนมนุษย์ไม่ได้ผลิตอย่างเดียว แต่เป็นการเก็บเกี่ยว ต้องกมีการถกเถียงกันในระดับหนึ่ง ต้องถามว่า Session ทางด้าน HR ได้อะไร
- มีการวิเคราะห์แล้วในเมืองไทยองค์กร 3 ชนิด
ข้าราชการทั้งหมดมีศักยภาพ 100 %ใช้ 30 %
รัฐวิสาหกิจทั้งหมดมีศักยภาพ 100 % ใช้ 40 %
เอกชนมีศักยภาพ 100 % ใช้ 70 %
- ปัญหาคือ เราไปสร้างอะไรที่จำกัดความสามารถของมนุษย์ เพราะฉะนั้นกฎระเบียบ และวัฒนธรรมองค์กรนั้นสำคัญ ลองไปดูว่าวัฒนธรรมองค์กรของ สกย. คืออะไร บางเรื่องที่ดีควรเก็บไว้ บางเรื่องไม่ดีก็ควรเลิกซะ คนต้องอยู่ด้วยกันในองค์กรอย่างมีความสุข
- การจัดการเรื่องคนนั้นเรียนอย่างเดียวไม่ได้ต้องเอาชนะอุปสรรคด้วย ดูจากความสุขของพนักงานความพึงพอใจของลูกค้า ROI ต่อทรัพย์สิน ฯลฯ และเวลาวัดความสำเร็จนั้นควรวัดความสำเร็จที่ระยะยาวไม่ใช่ระยะสั้น
- ถ้าเราจะประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนทุนมนุษย์ ต้องมี 3 ปัจจัย คือ
- บทบาทของผู้นำ และบอร์ด
- บทบาทผู้ทำเรื่อง HR (Smart HR)
- ตัวคุณเอง Non-HR
- การเรียนวิชาทรัพยากรมนุษย์ต้องรู้ว่า Vision และเป้าหมายขององค์กรคืออะไร อย่างสกย. มีเป้าหมายแล้วก็ต้องให้ความสำคัญในการเอาจริงเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ส่วน HR รู้เรื่อง HR ก็ต้องไปตอบเป้าหมายได้
- อย่างแรกเราต้องกำหนด Vision, Mission (ภารกิจ) และแก่นนิยมของเรา แล้วค่อยกำหนด Strategy
- ทำไมต้องมีหลาย Strategy คือ ต้องมียุทธศาสตร์หลายอัน คือ เงิน ลูกค้า คน ชุมชน งบประมาณ ล้อไปกับเราด้วย เขาถึงเรียกว่าทรัพยากรมนุษย์จะไม่เป็นอะไรที่ Isolate จากนโยบายอื่น ดังนั้นคือ ต้องใช้ความสมดุลให้ได้
- ทำไมเราสนใจเรื่อง HR ….ก็เพราะ HR ไปเกี่ยวข้องกับ Change เร็ว คาดการณ์ไม่ได้…
- การบริหารความเสี่ยง ไม่ได้มองที่ Production อย่างเดียว เราต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง
- การแข่งขันของประเทศในอนาคตขึ้นอยู่กับ คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ...คุณภาพมาก่อนปริมาณ ... คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่พึงประสงค์คืออะไร ? ส่วนใหญ่คุณภาพของทรัพยากร(Quality of Human Resource) เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น (intangible) เราต้องประเมินผลในพฤติกรรมของเขาหลังจากจบการอบรมไปแล้ว .... มีวิธีการอย่างไรในการพัฒนาตนเองและงานให้ดีขึ้น
- เราจะสร้างทุนมนุษย์ได้ก็ควรเริ่มตั้งแต่ครอบครัว การพัฒนาทุนมนุษย์ก่อนมาทำงานในองค์กร ล้มเหลวสิ้นเชิง สกย.ต้องมีหน้าที่พัฒนาทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพดังต่อไปนี้ 8K’s
ทุนมนุษย์ที่เราจบปริญญามาแล้วมีคุณภาพหรือไม่
- ทุนมนุษย์
- ทุนทางปัญญา
- ทุนทางจริยธรรม
- ทุนแห่งความสุข
- ทุนทางสังคม
- ทุนแห่งความยั่งยืน
- ทุนทาง IT
- ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
ทุนแห่งความสุข...มนุษย์ทำอะไรก็แล้วแต่ต้อง :
- ต้องมีความสุขในการทำงาน
- ต้องมี Passion ในการทำงาน คือ ความรักในอาชีพของเรา และทำตามหัวใจปรารถนา
- ต้องมี Purpose ทุกงานที่ทำให้ สกย. เป็นเป้าหมายที่สูงส่ง
- ต้องมีความหมายต่อชีวิตของเรา Meaning อย่างสกย. คือ เกษตรกรรายย่อยสวนยางเติบโตได้
- ต้องมีความสามารถมี Capability ในการทำงานที่ทำอยู่
ทุนแห่งความสุข ในที่นี้คือ Mean
Social Capital
- Social Capital เมื่อคุณมีแนวร่วมแล้วคุณต้องสร้างเครือข่าย ต้องรู้จักคน ต่างประเทศ หรือสื่อมวลชน เราจะเป็นคนกว้าง คนแคบ หรือคนแบบไซโร หรือเป็นคนช่วยคนอื่นได้
- Networking ที่ดีต้องมีคนพาเราไป ทุนทาง Networking มีข้อดีอย่างคือ Information ที่ได้มา อย่างในสังคมไทย ถ้ารู้จักคนที่มีคุณภาพ คุณจะไปรอด
ทุนแห่งความยั่งยืน
ถ้าลงทุนทำ ณ วันนี้ ในอีก 5-6 ปีดีขึ้น อย่างนี้เรียกว่าทุนแห่งความยั่งยืน เป็นต้น ถ้าอยากยั่งยืนก็ไม่ต้องอวิชา
การบ้านลง Blog ก่อน 2 ทุ่ม :
- ก่อนเที่ยงครึ่งได้อะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อน 2 เรื่อง
การทำงานในสิงคโปร์ต้องมี 3 อย่างคือ
- ทักษะ
- ความรู้กว้าง ๆ
- ทัศนคติ
ต้องยอมรับว่ารู้ไม่พอในศาสตร์ต่าง ๆ เน้นการหาความรู้นอกวงการ
ทฤษฎี 5K’s ใหม่
- ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์
- ทุนทางความรู้
- ทุนทางนวัตกรรม
- ทุนทางอารมณ์
- ทุนทางวัฒนธรรม
- เราน่าจะมีการทำวิจัยเกี่ยวกับยางในภาคต่าง ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่ม โลกในอนาคตไม่ได้ดูอย่างเดียว แต่เขาอยากมาดู Story อย่าง Story เรื่องยาง ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งกีฬา แหล่งสัมมนา .
- ทุนทางวัฒนธรรมอยู่ที่ตัวคน ต้องรู้จักการเปลี่ยนจากยางเป็นมูลค่าเพิ่ม
- กิจกรรมจะไม่รอดต้องมีนวัตกรรมเสมอ แต่อย่างไรต้องมี Management Innovation ตลอดเวลาในการ Deal กับชุมชน Innovation ประกอบด้วย ไอเดียใหม่ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์
- ความคิดสร้างสรรค์กับการใช้ความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
- การจะพัฒนาผู้นำจริง ๆเราควรทำอย่างไร ?
- ถ้าเรามีปัจจัยเป็นลบในระดับสังคม การศึกษา แล้วเข้ามาในองค์กรเราจะสามารถเปลี่ยนคนเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างในเวียดนาม ครูมัธยมก็เก่ง
เมื่อเราปลูกทุนมนุษย์แล้วทำยังไงถึงเก็บเกี่ยวให้ได้ ได้สูงสุด
- ข้างบนคือ วิสัยทัศน์
- ข้างล่างคือตัวละคร CEO,HR,Non-HR (คนที่ไม่ได้เรียนวิชานี้แต่ควรเข้าใจพฤติกรรมของคนและองค์กรให้ได้)
- การดูแลทรัพยากรมนุษย์ ตัวคุณต้องดูแลด้วย
องค์ประกอบ 3 อย่างเพื่อการพัฒนาองค์กรเป็นเลิศ ทฤษฎี 3 วงกลม
การประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการคน วงกลมทั้ง 3 ส่วนต้องซ้อนทับกัน
- Context องค์กรเป็นบ้านที่น่าอยู่หรือไม่
- Competencies เรามีสมรรถนะที่พร้อมกับการทำงานใน สกย.หรือไม่ ต้องมีความใฝ่รู้ มี Leadership มีภาพใหญ่
- Motivation อยากทำงานเพื่อองค์กรนี้ ทุ่มเท จริงใจ พอใจ กับการทำงานในองค์กรนี้แล้วหรือยัง? (Motivation,Incentive,Happiness-แตกต่างตามช่วงอายุ)
สมรรถนะอันหนึ่งที่ สกย.ควรจะมีคือการคิดเชิงประกอบการ ต้องเอาชนะอุปสรรค มีความคิดริเริ่ม บริหารความเสี่ยง และ พร้อมที่จะล้มเหลว
ความสำเร็จของคนไม่ได้อยู่ที่ Function ของ HR เท่านั้น
- ต้องทำร่วมกับ CEO กลุ่มเพื่อนร่วมงาน และคนอื่น ๆ ในองค์กรด้วย
- HR ยุคใหม่ต้องสร้างผู้นำ สร้างแนวร่วม ทำงานกับชุมชน และบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้น HR ในที่นี้ไม่ต้องมองที่ Function แต่ให้มองที่ตัวเราเอง
- HR ยุคใหม่ต้องเป็น Communicator ที่ดี เป็นคนสร้าง Brand ที่ดี
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- ให้แต่ละโต๊ะมีคำถามที่หลุดโลก และวิจารณ์ตั้งแต่เช้า 1 เรื่อง
กลุ่ม 6
- คำถาม - สกย.จะพัฒนาองค์กรได้เทียบเท่ากับปูนซีเมนต์ไทยได้อย่างไร ?
ดร.จีระ บอกว่า
- ปูนซีเมนต์ให้ทุกคนเรียน 7 วันไม่นับวันลาทุกคน
- มีงบ Training ต่อหัว
- ซื้อหนังสือแจก The World is Flat
- วิจารณ์ - เราจะนำแนวคิดของท่านพารณมาพัฒนาระบบ HR ได้อย่างไร คุณค่าของคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในองค์กร คนเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่า และไม่มีค่าเสื่อมเหมือนเครื่องจักร หรือเครื่องมือ และคนสามารถอบรมให้ความรู้ เกิดขึ้นได้ การพัฒนาองค์กรต้องพัฒนาคนให้มีสินทรัพย์ ให้มีคุณภาพ
ดร.จีระ เสนอว่า ทรัพยากรมนุษย์ต้องให้คนเป็น Asset
กลุ่ม 4
1. วิจารณ์ - ระดับนโยบายที่เข้ามาในช่วงของแต่ละท่านมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ต่อเนื่อง เป็นปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาบุคลากรที่มีในสกย.
2. คำถาม - ทิศทางเหล่านี้ CEO มีวิธีคิดสู่การนำพาองค์กรไปอีก 20 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร และเป็นไปได้ไหม?
กลุ่ม 5
- คำถาม-ทำอย่างถึงให้คนจงรักภักดีต่อองค์กรให้ได้
เห็นด้วยว่าเราน่าจะมาสำรวจ Turn Over ที่นี่ด้วย
2. วิจารณ์-การที่ท่านพารณเป็น CEO แล้วลดตัวมากินข้าวกับลูกน้อง เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการลดอัตตา สามารถผูกใจคนได้
กลุ่ม 1
- คำถาม-เมื่อไรสำนักงานจะเห็นคุณค่าของพวกเรา แล้วพาไปดูงานตปท.บ้าง
- การกระจายอำนาจยังไม่ดี เนื่องจากติดในสายงานผู้บังคับบัญชา
ดร.จีระ บอกว่า...ถ้ามีการกระจายอำนาจต้องมีการฝึกอย่างมาก อย่าเวอร์ และการกระจายอำนาจอย่ากระจายทุกเรื่อง ต้องฝึกความสามารถในการบีบบังคับในการหยุดยั้งในสิ่งที่ไม่ควร ผู้นำที่ดีต้องเดินหน้าได้ด้วย และถอยหลังด้วย Restrain สำคัญ ผู้นำต้องทั้งรุกและควบคุมไม่ให้ลุกลามในสิ่งที่อันตราย เศรษฐศาสตร์สอนว่า เรา Maximize ทุกอย่างได้ แต่เราต้องมีขีดจำกัด ผู้นำทุกคนจำเป็นต้องมี
กลุ่ม 3
- อยากให้ สกย. มี CEO เหมือนอย่าง Steve Job ที่บริหาร i-phone สามารถทำนวัตกรรมที่หลุดโลก
ดร.จีระ บอกว่าอยาก ให้เปรียบเทียบกับองค์กรอันดับ 1 ของโลกว่าเป็นอย่างไร ? สังเกตการทำงานของเมืองนอกเป็นลักษณะข้ามศาสตร์ ฝากให้คิดว่าเรา Study ในการได้ความเห็นนี้มา
- วิจารณ์ สำนักงานมีจุดอ่อนเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม มีระบบเส้นสาย อยู่
กลุ่ม 4 ตอบอีกครั้ง
ทุกองค์กรถ้าหยุดความทุจริตจะดีมากจะได้ไหม?
กลุ่ม 2
- ทำอย่างไรจึงกำหนดให้ HR เป็นวาระแห่งชาติ
ดร.จีระ บอกว่า ...แผนพัฒนาที่ 11 มีเรื่องเศรษฐกิจฐานความรู้ ,Life Long Learning , Creative Economy , Happiness, คิดเป็นวิเคราะห์ เป็นอยู่ในแผนเรียบร้อยแล้ว อย่าง สกย. น่าจะตั้งสถาบันพัฒนาทุนมนุษย์ของการยางด้วย ยางพารามีคน 40 คนดูแล สกย.เป็น Driver แต่ทิศทางอย่ามั่ว เราต้องทำตัวให้เป็นพื้นฐานเป็นที่ยอมรับของสังคม เราต้องมีอำนาจทางความรู้ Knowledge is power แต่ไม่มีเวทีเล่น มีแต่ Supply แต่ไม่มีคนฟัง ,HR ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทำให้คนฉลาดเท่านั้น แต่เกี่ยวกับไปที่ไหนด้วย คือ ต้องมี Vision ,ให้มีนิสัยใฝ่รู้ ดร.จีระ มีแหล่งความรู้ที่หาได้เจอเร็ว การเรียนยุคใหม่สามารถเรียนได้จากอากาศ