ลักษณะของการวิจัย
ในการแบ่งลักษณะของการวิจัยนั้น มีผู้แบ่งลักษณะการวิจัยเป็นหลายลักษณะ โดยยึดหลักในสิ่งที่สนใจและวัตถุประสงค์ที่ทำการศึกษาอยู่ เช่น จำแนกลักษณะการวิจัยตามเป้าหมายที่ทำการวิจัย หรือ การจำแนกการวิจัยตามลักษณะของข้อมูล เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวถึงการแบ่งลักษณะของการวิจัยเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. จำแนกตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ลักษณะของการวิจัยที่มีการจำแนกตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ทำการวิจัย ได้แก่
1.1 การวิจัยพื้นฐาน (basic research) เป็นการวิจัยที่มุ่งแสวงหาข้อเท็จจริง ความรู้ เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ ทฤษฎี ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้น ในแต่ละสาขา จะเป็นพื้นฐานในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยงานวิจัยที่เกิดขึ้นใหม่ส่วนใหญ่จะต้องอาศัยกฎเกณฑ์ ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องในแต่ละสาขาเป็นพื้นฐานเสมอ จึงกล่าวได้ว่างานวิจัยเหล่านี้เป็นงานวิจัยพื้นฐาน
1.2 การวิจัยประยุกต์ (applied research) เป็นการวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเอาผลจากการวิจัยพื้นฐานมาปรับปรุง ประยุกต์ เพื่อการปฏิบัติงานจริง ใช้ในการแก้ปัญหา หรือนำไปพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อวงการวิชาการและสังคม ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม อาจจะเป็นการประเมินผลในสิ่งที่ได้ทำไปแล้วว่าได้ผลเพียงใด
2. จำแนกตามลักษณะของข้อมูล
ข้อมูลมีสองลักษณะ คือ ข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณ ดังนั้นในการวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลในแต่ละลักษณะโดยการพิจารณาข้อมูลเป็นหลัก ได้แก่
2.1 การวิจัยเชิงปริมาณ (qualitative research) เป็นการวิจัยที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะตัวเลขเป็นหลัก และใช้กระบวนการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งส่วนมากจะเป็นการวิจัยประเภทนี้ เนื่องจากมีรายละเอียดของข้อมูลที่ชัดเจนและใช้ระเบียบวิธีการทางสถิติในแต่ละขั้นตอน
2.2 การวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถที่จะใช้ข้อมูลในลักษณะตัวเลขได้ การวิจัยในลักษณะนี้จึงต้องศึกษาจากรายละเอียดอื่นๆ มาก ทำให้ต้องใช้เวลาในการวิจัยมาก และต้องใช้รูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลมาก เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การศึกษาจากเอกสาร การศึกษาจากวัตถุที่เป็นหลักฐานสำคัญ เป็นต้น นักวิจัยจะต้องมีความอดทนและมีจริยธรรมของนักวิจัย รวมถึงความสามารถในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล