สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ปฐมนิเทศ แนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ และ

สำนักงาน กสทช. กับการเปลี่ยนแปลงและการทำงานแบบเป็นยุทธศาสตร์

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ วันที่ 23 มิถุนายน 2554

• อยากให้องค์กรของ กสทช. ทำอะไรให้สังคมยอมรับ ในลักษณะ Ultimate Goal

• ถ้านึกถึง กสทช. จะนึกถึงองค์กรที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ

ดร.จีระ มีแนวคิดในเรื่องการ คิด 3 เรื่อง คือ

1. มองอะไรเป็น Strategic Thinking คือคิดเป็นยุทธศาสตร์ มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร มีโครงการที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จากเทเลคอมได้อะไรบ้าง

2. Creative Thinking ทำไมถึงแตกต่างจาก Strategic Thinking

Strategic Thinking เป็นการมองในเรื่องโอกาส จุดอ่อน จุดแข็ง

Creative Thinking เป็นเรื่องการคิดนอกกรอบ

3. Mark & Angels เคยพูดในเรื่อง Critical Thinking คือคิดให้ลึก เพื่อให้องค์กรสู่ความเป็นเลิศ

Thinking ไม่ใช่อย่างเดียวต้อง Turn Thinking into Action อยากให้แต่ละกลุ่มทำ Project ซึ่งจะช่วยได้เยอะ แต่ความจริงแล้วก็คงยังไม่พอ ต้องนำไปปฏิบัติด้วย

ดร.จีระ

• Strategic ไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Change) แล้วการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Performance ถ้า กสทช. มีประโยชน์ทับซ้อน องค์กรนี้ก็คงอยู่ไม่ได้ Stakeholder ที่ยิ่งใหญ่ของ กสทช.คือประชาชน

• ให้นึกถึงการที่ กสทช.มาอยู่ที่นี่ มีอะไรที่แตกต่าง ถ้าเราเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วองค์กรเปลี่ยนหรือไม่ และอาจดูไปถึงระดับประเทศ แต่ละท่านมีบทบาทช่วยประเทศของท่านได้ ความจริงแล้วองค์กรนี้ถือว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่ประชาชนไว้วางใจ

• ให้แต่ละท่านมี Open mind กับ Open heart แล้วตัวเราก็จะเป็นเลิศ

• ตัวอย่าง Bill Gates มีเพื่อนชื่อ Paul Allen นำเรื่อง Popular Electronic มาให้ Bill Gates อ่าน พอ Bill Gates อ่านได้รับการกระตุ้น ก็เกิด idea สามารถเอาฟิสิกส์ กับเทคโนโลยีมารวมกันและสร้าง Microsoft ขึ้นมาได้

• คนในห้องนี้เก่งแต่อาจไม่ได้รับโอกาสในการแสดงออก จึงอยากให้แต่ละท่านนำเสนอออกมา ....อยากให้แต่ละท่านทำตัวเหมือน Peter Drucker และให้อ่านหนังสือเรื่อง From Good to Great ....แล้วลองคิดดูว่าก่อนตายนั้นความสำเร็จจริง ๆ คืออะไร อย่าง Peter Drucker มีคนสรุปเรื่องความสำเร็จของ Peter มา 2 เรื่องคือ

1. เรียนรู้จากลูกศิษย์ของเขา

2. ไม่มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง

• การถามคำถามที่สำคัญ ( Ask interesting Question) สำคัญกว่าการรับคำสั่งอย่างเดียว

• ต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เร็ว และไม่แน่นอน Peter Drucker บอกว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนเราตาย เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะจัดการการเปลี่ยนแปลง

• Edward Debono เป็นคนเก่งมากเรื่องความคิดเน้นการสอนให้คนไม่ประมาท อย่าทำตัวแบบฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง เพราะว่าการคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ จะต้องต่อสู้กับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่เรียกว่า Routine เช่นบางท่านอาจทำงานมีเงินเดือนเป็นแสนแต่ยังคงทำงานเหมือนเดิม เป็นต้น

• รู้กับคิด คนละตัว คิดแบบสร้างสรรค์จึงคนละเรื่อง ทำไมคนเราไม่มีความคิดเชิงยุทธศาตร์ ส่วนหนึ่งอาจมาจากเจ้านายที่ชอบแบบ Command & Control

• สุดท้าย Yahoo กับ Google ทำไม Google ถึงยึด Market share เกือบหมดเลย ลองคิดดู? เช่นกัน กสทช. ถ้าเล่นการเมืองอยู่ เล่นพวก ก็จะมีคนมาด่าเราว่าไม่ดี เป็นต้น

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

• ค้นหาตัวเองซะก่อนคืออะไร

• แล้วมีจุดอ่อนจุดแข็งคืออะไร (ใช้จุดแข็งแต่ปรับปรุงจุดอ่อน)

• เข้าใจ Environment ให้ดี

• แสวงหาโอกาส ให้ธุรกิจยั่งยืน แต่ประชาชนได้ประโยชน์ (องค์กร กสทช.มีประโยชน์มากที่ให้รากหญ้าได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยแต่ปราศจากการคุกคาม)

• How to overcome difficulties

• ต้องเอาความคิดเหล่านั้นไปพูดความจริง ให้เอาบริบทมาดู และต้องเอาชนะอุปสรรค (ต้องปรับพฤติกรรมในการหาความรู้ แล้วเอาความรู้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม)

ดร.จีระ

• สิ่งสำคัญที่สุดของหลักสูตรนื้คือ การใฝ่รู้

• ถ้าพูดเรื่อง Creativity ต้องนำไปสู่การทำงานของ กสทช. ให้ได้

• ความสำเร็จของการเอาความคิดใหม่ไปใช้ใน กสทช. ไม่ง่าย การทำ Creative in new project อย่าคิดว่าทำได้ง่าย ๆ ยากมากในการ Apply บริบทนี้ในสังคมไทย

• อยากให้แต่ละโต๊ะคิด Project ใหม่ ๆ ขึ้นมาเสมอ เป็นโครงการที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะ ๆ แล้วมาสรุปร่วมกัน

4L’s

1. วิธีการเรียนรู้

2. บรรยากาศการเรียนรู้ ทำให้เราสบายใจ สามารถกระตุ้นให้เกิดความคิด

3. โอกาสจากการเรียนรู้ คือ ปัญญายกกำลัง 5 ถ้า Commentator มีมากกว่า 1 คน เป็น Panel Discussion จะดีมาก แต่ความจริงเป็นเรื่องยากที่จะเอาคนเก่งหลายคนมาอยู่บนเวทีเดียวกัน

4. เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ คือหลังจากจบหลักสูตรแล้วยังสนใจการเรียนรู้อยู่หรือเปล่า ?

• ทุกเรื่องที่พูดต้องไปปะทะกับ กสทช.

• 1. ปะทะมี 4 Level คือ 1.ปะทะตัวเอง ถ้าปะทะแล้ว Life Changing Moment ยิ่งดี เมื่อดีแล้ว 2. ให้กสทช.ดีขึ้น Organizational Changing Moment 3. แล้วต่อไปประเทศดีขึ้น เป็นอาเซียน Citizens ที่ดี 4. สุดท้ายเป็นเรื่องของ Global

2. ทุกอย่างที่เรียนต้องมี impact ต่อคุณ ห้ามพูดอะไรไร้สาระ สังเกตว่าทุกวันนี้อินเดียสู้จีนไม่ได้เนื่องจากไม่ Realistic

3. ต้องเก่งในการสัมมนาแล้วเก่งใน องค์กรของ กสทช. ด้วย

4. เริ่มต้น Concept ต้องแม่นก่อน แล้วต้องใช้ Imagination เยอะ ๆ จินตนาการเยอะ ๆ กสทช. ถ้าบางเรื่องเป็นเทคนิค แล้วยังขาดจินตนาการ เทคโนโลยีจะทำเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

5. 3 L’s

• เรียนรู้จากความเจ็บปวด (Learning from pain)

• เรียนรู้จากประสบการณ์ (Learning from experiences)

• เรียนรู้จากการรับฟัง (Learning from listening)

6. การเรียนรู้นอกจากการรู้จักกันแล้ว Connecting แล้วต้องรู้จัก Engaging ด้วย

7. ฝากไว้ว่าคุณภาพของคนที่พึงประสงค์อยากให้มีความรู้ต่อไปนี้

1. ทุกคนในห้องนี้เป็นทุนมนุษย์ วัดจากปริญญาได้

2. มีปัญญาหรือไม่

3. เป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรมจริงหรือไม่

4. การทำงานมีความสุขหรือไม่ มี Passion ในการทำงานหรือไม่

5. ต้องมีทุนทางสังคมและเครือข่าย คนในห้องนี้ต้องสร้าง Network ให้ดี

6. ต้องเป็นคนที่มองอนาคต อย่างน้อยตัวเองกับองค์กรต้องยั่งยืน

ต้องเป็นคนมีสุขภาพที่ดี ต้องไม่เป็นคนอวิชา (อวิชาคือไม่ทันคนอื่นเขา)

7. มี เทคโนโลยีเหมาะสม

8. มีความรู้ทักษะ และทัศนคติ

นอกจากนี้ ยังมีทุนที่ช่วยพัฒนาให้เราเป็นคนเก่งได้ คือ 5K’s

1. คนเก่งได้ต้องมี Creativity แล้วสามารถ turn idea สู่ Innovation

2. ต้องมีทุนความรู้

3. Innovation คืออะไรก็ตามที่ใหม่ สร้างสรรค์ และมีความรู้

4. ถ้าจะเป็นผู้นำได้ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้

5. ทุนที่มาจากภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการปลูกฝังของเรา

8. หลักสูตรนี้ฝากไว้ 5 เรื่อง คือเรียนด้วย

1. การมีแรงบันดาลใจ

2. มีพลังและไฟให้ตัวเอง ปล่อยวางงานที่ไร้สาระ แล้วแสวงหางานแปลกใหม่ทุกวัน

3. การแบ่งปัน การเรียนในครั้งนี้ต้องข้าม ไซโรให้ได้ คนสำคัญที่สุดคือประชาชน

4. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้

5. การมาวันนี้ขอให้มีความสุข

3 วิธีคิดที่ต้องแยกกันให้ดี แต่ในที่สุดรวมกัน

1. Strategic Thinking คิดอย่างมีกลยุทธ์

2. Creative Thinking คิดแบบสร้างสรรค์

อย่างไรก็ตามอยากให้ Left Brain แข็งก่อน Concept ต้องแม่นก่อน คิดให้เป็นเหตุเป็นผล แล้วถึงค่อยคิดแตกต่าง

ตัวอย่าง Tony Buzan เรียน ปริญญาตรี 6 ใบ และเรียน การทำงานของสมอง ก็บอกว่า เราต้องมีหลักการคิดที่เป็นเหตุเป็นผลก่อนถึงค่อยคิดสร้างสรรค์

3. Critical Thinking คิดให้ลึก คิดให้รอบคอบ ส่วนใหญ่มาจาก Concept ของ Diuretic

- Thesis –ผู้ลงทุนรายใหญ่

- Anti-Thesis – ประชาชนทั่วไป

- Synthesis - ต้องรวมความหลากหลายให้ได้ ทำอย่างไร ถึงได้ประโยชน์จริง ๆ ทำยังไงให้ประชาชนหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ทำงานร่วมกัน

• การพัฒนาความคิด ต้องนำความคิดไปสู่การปฏิบัติ turn idea into action ถ้าทำสำเร็จจะยกตัวอย่าง new project

• Concept ต้อง know, think, do ไปด้วยกัน

• ความคิดที่เป็นยุทธศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์อาจแยกจากงานประจำ การเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ต้องหลบจากระเบิดที่วางไว้ อาจมี New project เสริม

• Attitude ยังเปลี่ยนได้ แต่ Mindset เปลี่ยนได้ยาก

• ถ้าจะเริ่มคิดทั้งเชิงวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ ต้องปรับพฤติกรรมของบุคคลว่าจะปรับตัวเองอย่างไร คือการมีวิธีการปรับตัวเพื่อพัฒนาทักษะทางการคิด ดังทฤษฎีแว่นตา ถ้าแว่นตามัวอย่าคิด เพราะพฤติกรรมนั้นจะเหมือนเดิม

• ต้องทำให้องค์กรเป็นเลิศ และได้ประโยชน์

• ใส่แว่นตาใหม่ เพื่อมองให้ออกว่าอะไรสำคัญ เมื่อเข้าใจ สุดท้ายก็ทำให้สำเร็จ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด

• การทำให้สำเร็จคือความคิดเชิงยุทธศาสตร์ เส้นทางที่เราไปก็จะไม่พลาด แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จต้องใช้เวลา ต้องศึกษาเรื่อง วัฒนธรรมองค์กร การเจรจาต่อรอง แรงจูงใจ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำของคนในห้องนี้ จุดสรุปคือ ต้องทำให้สำเร็จ

• Diversity ต้องเปลี่ยนให้เป็น Excellence อย่าเปลี่ยนเป็น Conflict

Workshop (ให้เวลา 10 นาที)

1. อยากให้แต่ละโต๊ะ ลองเล่าให้ฟังว่ามี Moment หรือมีจังหวะไหนบ้างที่เราได้แรงบันดาลใจที่มาอยู่ด้วยกัน และแรงบันดาลใจเกิดขึ้นเพราะอะไร

2. ให้วิจารณ์หลักสูตรนี้ดูว่า จุดอ่อน และจุดแข็งคืออะไร

3. ให้แต่ละโต๊ะมีคำถาม 1 คำถามที่น่าสนใจ คาดหวังจาก Project นี้อะไรบ้าง

กลุ่ม 3

1. แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Sunrise , เมื่อมี Sunrise ทำให้คิดตามว่า ต้องมี Sunset ขณะที่อยู่จุดขึ้นทำอย่างไรให้เป็นยุคทองของ กสทช. และทำยังไงให้จุด Peak อยู่ในยุคของเรา

ดร.จีระ เสริมว่า ทำอย่างไรให้ความรู้กระจาย เพราะว่า trend อันนี้อยู่กับเราอีกนาน และกระทบกับทุกฝ่าย

2. จุดแข็งเห็นหลายจุดในสิ่งที่เรียนรู้ จุดอ่อนคือหลักสูตรนี้ไม่มีคำว่า Fear หรือคำว่ากลัว สิ่งที่กลัวคือ กลัวผิด และ กลัวโง่ในจุดนี้ คือสิ่งที่ยังไม่สร้างให้เกิดขึ้น เป็นความกลัวที่กลัวตัวเอง และกลัวคนอื่น ๆ ในหลักสูตรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมของ กสทช. แต่ไม่พูดเรื่อง Fear

ดร.จีระ เสริมว่า ความไม่แน่นอนของธุรกิจนี้ในอนาคต ถึงแม้มี 5 วันก็ยังไม่พอ

อย่างดร.จีระ มีเรื่องสุขภาพ และไม่กลัวอวิชา เพราะใฝ่รู้ตลอดเวลา

จึงอยากให้ทุกคนในห้องนี้ ใฝ่รู้ และแบ่งปันความคิดเห็นกัน ก็อาจทำให้ความกลัวลดไปบ้าง

3. Change สิ่งที่มอง คืออนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง Change มากกว่า re-engineering เนื่องจากเป็นเรื่องกิจกรรม ที่พึงปฏิบัติ คำถามคือ คำที่ถัดจาก Change คืออะไร

ดร.จีระ บอกว่า Beyond change คือ intangible มนุษย์วัดกันด้วยข้างใน ไม่ว่าจะเป็น Value ต่อส่วนรวม หรือ Value ที่สามารถแก้ปัญหาในอนาคตได้ , พูดถูกที่ว่า Reengineering คือการวิ่งแนวตั้งเป็นแนวนอน แต่ปัจจุบันไม่ work แล้ว , Change เร็ว และเป็นเรื่อง Human และส่วนมาก มนุษย์ก็เป็นผู้ต่อต้าน Change เอง แต่ถ้า Change ไม่เป็นไซโร แล้วทุกคนพร้อมใส่แว่นตา เข้าใจมัน Change จะเกิดขึ้น

กลุ่ม 5

1. สิ่งแรกคือรู้จักอาจารย์จีระทางวิทยุ moment แรกอยากรู้ตัวจริง ว่าเป็นยังไง moment ที่สอง ตรงไปตรงมาและแรง และอยากรู้ว่าผู้บริหารในกลุ่มนี้ ใครมีคุณสมบัติตามที่อาจารย์บอก

2. จุดแข็งของหลักสูตร เห็นว่าอาจารย์จีระ มีความรู้ ความสามารถและมีแนวคิดที่ดี จุดอ่อนไม่แน่ใจว่าจะนำไป Implement หรือนำไปปฏิบัติได้จริงหรือเปล่า และอาจารย์อาจไม่คุ้นเคยในองค์กรคือเป็นแบบ Outside in

3. อาจารย์มีความเห็นอย่างไร ถ้าการอบรมหลักสูตรนี้ไม่ Success แล้วบางครั้งอาจารย์ที่สอนอาจจะติด ๆ ดับ ๆ หรือไม่ติด

ดร.จีระ เสนอว่าต้องไปปรับตัวข้อ 2, 3 เยอะ

กลุ่ม 4

1. จุดประกาย คำแรกคือ Thinking คำที่สองคือ For change ได้แรงบันดาลใจจาก 2 คำนี้ หลังจากฟัง 2 ชั่วโมง ความคิด Change หรือ สร้างคน Network สร้างองค์กร

2. การเรียนรู้ใหม่ ๆ ทำให้มีความคิดเห็นแบบอิสระ ไม่ยึดติด สร้างสรรค์ จุดอ่อนคือ วัฒนธรรมองค์กรมาจากราชการ กลุ่มผู้เข้ารับการอบรมเป็นช่วงอายุที่สูงกว่าเอกชนมาก ดังนั้นวิธีการแบบใหม่ มี Workshop 50 % จะประสบความสำเร็จแค่ไหน ?

3. มีรากที่ติดตัวมาในแต่ละท่านซึ่งมาจากหลายองค์กรค่อนข้างนาน หลายท่านใกล้เกษียณอายุแล้ว มีกลยุทธ์หรือวิธีอะไรที่จะถอนรากถอนโคนได้อย่างไร

ดร.จีระ ตอบ ถ้าจะตอบคำถามเรื่องความสำเร็จ คือต้องมีทฤษฎี 3 ต คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง

กลุ่ม 6

1. ที่ฟังมาทั้ง 3 โต๊ะ แม้อยู่คนละสำนัก อยู่คนละโต๊ะ แต่ความคิดของเราไม่ค่อยแตกต่างกัน คือ วัฒนธรรมองค์กรยังเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่ จริง ๆ แล้ว moment impact หลาย ๆ ตัวคือ Change ไม่อาจหลีกหนีหรือหลีกเลี่ยงได้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยู่รวมกัน

2. จุดแข็งของหลักสูตร เนื้อหาแน่นมาก จากจุดแข็งของหลักสูตรจะแปลงเป็นจุดอ่อนด้วยในตัวคือ เนื้อหาที่เข้มข้นจะมีเวลาเพียงพอที่เราจะซึมซับมาได้ด้วยหรือเปล่า

3. อาจารย์จะทราบได้อย่างไรว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จแล้ว แล้วต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงทราบว่าโครงการนี้ได้บรรลุแล้ว

ดร.จีระ จะวัดความสำเร็จในทุก moment ที่อยู่ร่วมกัน มีอารมณ์ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ต้องเป็นสงครามยืดเยื้อ อย่างน้อยใน 5 วัน ทุกคนเริ่ม Share ความคิดกัน และมี meaning project ควรมีความภูมิใจว่า Benchmark ของ กสทช. ดีกว่าหลายกระทรวงหลายที่ ที่อาจลึก แต่อาจลูกเล่นไม่เท่ากับ กสทช.

อยากให้กำลังใจ แล้วเก็บบรรยากาศแบบนี้ไว้

กลุ่ม 2

1. Inspiration แรกคือการทำงานเป็นทีม ทำให้เรากระตุกให้ตัวเองอย่าหยุดนิ่ง อาจารย์เป็นคนพูดตรงและกระตุ้นตลอดเวลา

2. จุดอ่อนคือหลักสูตรขาดการ link ในเรื่องต่าง ๆ ทำให้อาจมีปัญหาเรื่องการนำไปใช้ จุดแข็งคือ การเขียนหลักสูตรมีความเข้าใจใน กสทช. ดี และวิทยากรแต่ละท่านมีความรู้ความสามารถ

3. ทำยังไงให้เรื่องการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติทำได้อย่างไร

ดร.จีระ เสนอให้ถามคำถามยากคืออนาคต กสทช.ใน 5และ 6 ปีต้องเจอความไม่แน่นอนอะไรบ้าง ? ต้องมียุทธศาสตร์ในการเอาชนะ ต้องเน้นการตั้งโจทย์ที่ไม่มีคำตอบแต่กระตุ้นความสามารถตัวเอง ต้อง re-inventing

เราสามารถยืดตัวเองได้ กสทช. และอาจารย์สามารถขึ้นได้ ถ้าชุดนี้เรียนเพิ่มอีก 3-4 ครั้งจะเห็นชัดว่าขึ้นได้

ความ Fear ทำให้เราต้องฟิต ถ้าไม่ฟิตจะอยู่ไม่ได้ จุดอ่อนของคนไทยคือ ชอบ แผ่ว จริง ๆ ความเก่งต้องเก่งตลอด แต่ส่วนใหญ่คนชอบเก่งแบบจุด ๆ

กลุ่ม 1

1. ตอนแรกเป็นเรื่อง Think change คือ คิดเปลี่ยน เนื้อหาหลักสูตรเหมาะกับสถานการณ์ในองค์กรเรา ในหนังสือมีความหลากหลายในตัว Communication

ดร.จีระ เสริมว่า ถ้า กสทช. หลากหลายในการหาความรู้ แล้วจะรอด แต่ละคนควรจะข้ามศาสตร์ และ Know what going on ความรู้ต้องสด ต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา ต้องรู้กว้าง และลึก

ผู้นำในห้องนี้ถ้าจะมีจุดอ่อนคือความใส่ใจในสถานการณ์

ผู้นำคือคนที่ศรัทธาคุณ กสทช. ต้องเป็นกระบอกเสียง

เน้นเรื่อง Sharing มี Inspiration และพลัง

2. ผู้นำกับนักบริหารคิดยังไงบ้างที่เรื่องการคิดกับการ Change เกิดขึ้น

ด้านจุดแข็ง มองว่าการเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่กลัวในเรื่องความขัดแย้งมากกว่า

ดร.จีระ เสริมว่า...โจทย์ Strategic Thinking + Change จะเข้าเรื่องผู้นำอ้อม ๆ แต่อยากพัฒนาก็ได้ อุปสรรคที่แท้จริงคือเรื่องคน ไม่ขาด แต่ขาดที่ทัศนคติของคน

Wisdom ,sustainability,creativity,trust พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 9) ทรงมีทุกเรื่อง

อนึ่งการวัดว่าความสำเร็จขององค์กรจะตายที่ความมองไม่เห็น ตัวอย่างของ กสทช. มีการสะสมเยอะ แต่การเรียบเรียงแบบ Chain Value หลังจากจบหลักสูตรนี้แล้วจะสร้างโซ่แห่งคุณค่าได้อย่างไร เพราะเราชอบทำแบบไซโล

3. เราจะก้าวข้ามการบริหารงานเชิงขัดแย้งอย่างไรบ้าง ปัญหานี้เป็นตั้งแต่ระดับชาติ และระดับองค์กร ตอนนี้เลยคำว่า Change มาแล้ว

ที่ไหนมีผลประโยชน์ ก็มี Conflict มากขึ้น ดังนั้น กสทช.ต้องทำตัวเป็นคนคอยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ