เมื่อมีปรากฏการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะปรากฏการณ์ทางศรัทธานิยม หรือ ทานนิยม ก็จะก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันทีหนึ่ง โดยมากฝ่ายศรัทธานิยมก็จะถูกวิพากษ์ทำนองว่าโง่เง่างมงาย โดยเฉพาะจากฝ่าย(คิดว่ามี)สตินิยม โดยยกคัมภีร์ต่างๆ มาอ้าง หรืออ้างการปล่อยวาง อ้างปัญญา อ้างอนัตตา ด้วยภาษาเทพเทวดาที่ชาวบ้านร้านตลาดฟังแล้วก็ไม่เข้าใจว่านักวิชาการเทพเหล่านี้พูดอะไรกัน

คำถามตรงๆ คือ ปรากฏการณ์ศรัทธา เช่นกรณีจตุคามนี้ ส่งผลให้

1.มีผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นหรือลดลง

2.มีผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นหรือลดลง

3.มีผู้ใส่ใจในพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นหรือลดลง

4.มีผู้มีโอกาสได้เข้าวัดเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง

ถามเองตอบเองได้เลยครับ

ส่วนกรณีงมงายไร้สาระ พุทธพาณิชย์ มีคนได้เงิน มีคนเสียเงิน ก็เป็นเรื่องธรรมดาโลกครับ กรณีจตุคามก็ไม่ได้ต่างกับกรณีแดจังกึม หรือกรณีกัลโช่ซีรี่อาร์ หรือกรณีต้องส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ หรือกรณีอื่นๆ ความจริงนักวิชาการศาสนา นักวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ น่าเอากรณีต่างๆ เหล่านี้มาเทียบเคียงกัน แล้วดูว่าเกิดผลกระทบอะไรกับพระพุทธศาสนา แล้วดูว่าจะใช้ประโยชน์จากการนี้ได้อย่างไรเพื่อยังประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนามากกว่าที่จะมัวค่อนขอดค่อนแคะกันนะครับ

มีมากมายที่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ แต่ท่านก็ไม่หน่ายอุบายครับ