สวัสดีน้องเม้ง ต่อครับ
- พี่เห็นด้วยว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในภาคอีสานโดยรวมไม่ลดลง แต่มีความผันแปรไปบ้างเช่นบางจังหวัด trend ลดลง บางจังหวัด มากขึ้น
- ทั้งนี้พี่เคยไปขอสถิติปริมาณฯฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ย้อนหลัง 50 ปีมาทำกร๊าฟดูพบลักษณะดังกล่าว ข้อมูลอีกตัวคือ จำนวนวันที่ฝนตกก็ผันแปรไป บางพื้นที่จำนวนวันน้อยลง แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกแต่ละครั้งมากขึ้น ตรงกันข้าม บางพื้นที่ปริมาณวันฝนตกเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกน้อยลงมา
- นี่คือสถิติที่ยืนยันว่าอาชีพการเกษตรคือการเสี่ยงต่อสภาวะทางธรรมชาติ นักอุกสาหกรรมเกษตรอย่าง CP ที่ทำการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงโยนความเสี่ยงไปที่ชาวบ้าน ให้ชาวบ้านเป็นผู้ผลิตแล้วรับซื้อส่วนที่ได้ถูกต้องตามสเปค (ใครๆก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น) ไร่ของ CP ก็มีเอง แบบควบคุมคุณภาพ และเพื่อประกันความเสี่ยงเขาจึงมีแปลงข้าวโพดที่เกินกว่าแผนการผลิตในปริมาณที่โรงงานจะรับได้ ทั้งนี้เพื่อเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ก่อน ลดความเสี่ยงที่ต้องผลิตในปริมาณตาม Order
- หน่อยงานที่พี่ทำงานด้วยคือ ส.ป.ก. มีนโยบายขุดสระน้ำประจำไร่นาขนาด 1,260 ลบ.ม. .ให้เกษตรกร(ฟรี) แต่ชาวบ้านที่ดงหลวงยังไม่เอาของฟรีเลย เพราะที่ดินเขาน้อย เขาต้องการใช้ที่ดินทำนามากกว่า ตรงข้ามที่ขอนแก่น มหาสารคาม ชาวบ้านต้องการมาก
- แต่ปัญหาคือ เก็บน้ำไม่อยู่ นี่คือปัญหาใหญ่ที่รัฐไม่กล้าลงทุนต่อให้เกษตรกร ให้เกษตรกรแก้ปัญหาเอง
- ความจริงปัญหาเรื่องสระน้ำประจำไร่นาเก็บน้ำไม่อยู่นั้น ในทางเทคนิคมีทางแก้มากมายทั้งแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น เอาควายเอาวัวลงไปเหยีนบก้นสระให้ดินแน่นก่อนฤดูฝนจะมา และแบบใช้เทคโนโลยี เช่น เอา โดโลไมท์ไปโรยให้ลงไปอุด soil capillary pore หรือที่ง่ายและราคาถูกกว่ามากคือ เอาแกลบดำไปหว่านลงในบ่อที่มีน้ำ แล้วมันจะจมลงไป นานเข้าก็จะไปอุด capillary pore เช่นกัน แต่ใช้เวลาหน่อย หรือเอาปุ๋ยยูเรียไปหว่าน ทิ้งไว้นานๆเกิดสาหร่ายเขียว มันก็ไปอุดรูเช่นเดียวกัน แต่ชาวบ้านไม่เอาสักอย่าง ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ นานไปก็เก็บน้ำได้เอง ??
- แนวทางการทำสระน้ำประจำไร่นาขนาดเล็กนี้ น่าสนใจ เพราะไปสอดคล้องกับแนวทางการทำการเกษตรแบบพอเพียง เพราะเป็นการสร้างแหล่งน้ำขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก ให้เกษตรกรเลี้ยงปลา เอาน้ำไปรดต้นไม้ตามขอบสระ เป็นน้ำเสริมเมื่อยามลงกล้าข้าวแล้วฝนทิ้งช่วง และอื่นๆ เช่นเป็นแหล่งน้ำกินของสัตว์ใหญ่ คือ วัว ควาย แต่ปัญหาตามวัตถุประสงค์นี้คือ สระน้ำประจำไร่นาจะต้องขุดในนา ซึ่งบางแห่งก็ไกลออกไปจากชุมชน ดังนั้นการพัฒนาให้เป็นจุดทำการเกษตรพอเพียงจึงไม่เกิดขึ้นกับสระน้ำที่ไกลจากชุมชน มันเสี่ยงเกินไปที่จะไปปลูกเถียงนาแล้วเฝ้าอยู่นั่น ดังนั้นตามสัตถุประสงค์นี้จะได้เฉพาะผู้ที่มีที่นาอยู่ใกล้บ้าน หรือติดบ้านเท่านั้น ซึ่งก็ได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่ส่วนใหญ่ของชุมชน
- เห็นไหมครับ แนวความคิดของรัฐที่ลงไปเน้นชาวบ้านทำการเกษตรพอเพียงน่ะ ดี แต่รายละเอียดแล้วมันมีปัญหาเฉพาะพื้นที่มากมาย ไม่ง่ายอย่างคำสั่ง
- เห็นด้วยกับน้องเม้งครับ