ความเห็น


ในประการแรก เราคงต้องมาถามตัวเองก่อนว่า พ่อแม่ของยุวดีมีสถานะตามกฎหมายคนเข้าเมืองเป็น "คนต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย" จริงหรือ ???? ความถูกกฎหมายคนเข้าเมืองประกอบด้วย ๒ ความถูกต้อง กล่าวคือ (๑) มีสิทธิเข้าเมือง และ (๒) มีสิทธิอาศัย

โดยหลักกฎหมายคนเข้าเมืองปัจจุบันของรัฐไทย สิทธิเข้าเมืองของคนต่างด้าวมีที่มาจาก ๔ มาตรา กล่าวคือ ม.๑๒, ม.๑๓, ม.๑๕ และ ม.๑๗ ดังนั้น เพ้งช่วยคิดหน่อยว่า พ่อแม่ของยุวดีมีสิทธิตามมาตราอะไรคะ ?

นอกจากนั้น โดยหลักกฎหมายคนเข้าเมืองปัจจุบันของไทย สิทธิอาศัยของคนต่างด้าวมี ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) สิทธิอาศัยถาวร และ (๒) สิทธิอาศัยชั่วคราว ซึ่งไม่ปรากฏว่า พ่อแม่ของยุวดีได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยถาวร ดังนั้น จึงต้องมาตรวจสอบว่า พ่อแม่ของยุวดีมีข้อเท็จจริงที่ทำให้สิทธิอาศัยชั่วคราวเพียงใด ข้อกฎหมายในประเด็นนี้ปรากฏในมาตรา ๓๔ - ๓๕ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายโดยตรง และในมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ โดยปกติประเพณีทางปกครอง

อ.แหววก็สงสัยนานแล้วว่า การเข้าเมืองโดยใช้ใบผ่านแดนซึ่งเป็นไปตามความตกลงชายแดน ก็คือ การเข้าเมืองตามมาตรา ๑๓ (๒) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ นั้น มักกำหนดให้คนผ่านแดนแบบนี้ต้องกลับภายในเวลาที่จำกัดและเข้ามาในพื้นที่ที่จำกัด การจะไปมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จนมีสิทธิในการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรคงลำบากนะ ????

ดังนั้น ในความเห็นของ อ.แหวว หากไม่มีการอนุญาตให้อาศัยอยู่ยาวนาน สิทธิอาศัยตามมาตรา ๓๔ คงไม่เกิด ดังนั้น แม้มิใช่คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิอาศัยจนอาจตั้งบ้านเรือนได้

ในประการที่สอง บุตรย่อมมีสิทธิตามกฎหมายคนเข้าเมืองในลักษณะเดียวกับบุพการี ดังนั้น เมื่อบุพการีไม่มี บุตรก็ไม่น่าจะมี

ในประการที่สาม แม้บุตรจะได้มาซึ่งเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๗ ก็ตาม แต่เมื่อฐานแห่งสิทธิตามกฎหมายคนเข้าเมืองไม่มี สิทธิในการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านก็ไม่น่ามี

เพ้งลองไปอ่านมาตรา ๓๘ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ หลายๆ รอบหน่อยซิคะ !!!!!

ในประการที่สาม เมื่อมีการบันทึกผิดทางทะเบียน แต่เป็นคุณต่อบุคคล เจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนหนึ่งก็จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เราพบว่า ไม่มีการเพิกถอนทางทะเบียนราษฎร ทั้งที่น่าจะทำได้ อ.แหววเห็นกรณีแบบนี้มามากต่อมาก

ในประการที่สี่ ยุวดีเองอาจร้องขอวีซ่าเข้ามาเรียนในประเทศไทยได้นะคะ โดยข้อกฎหมายเป็นไปได้ แต่ที่สงสัยต่อมา ก็คือ มีการแจ้งการเกิดของยุวดีในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่าไหมคะ

ในประการสุดท้าย ใน พ.ศ.๒๕๕๘/ค.ศ.๒๐๑๕ เรื่องของยุวดีและครอบครัวก็คงไม่มีนัยยะอะไรให้คิดมากในประเด็นความถูกผิดกฎหมายแล้วมังนะ หากด่านตรวจคนเข้าเมืองจะหายไป แม้เขตแดนจะยังคงอยู่ก็ตาม การขออนุญาตเข้าเมืองและอาศัยอยู่ไม่มีความจำเป็นสำหรับประชาชนอาเซียนอีกต่อไป

อันนี้ล่ะ การแลกเปลี่ยนครั้งแรก ขอทบทวนอีกทีพรุ่งนี้ หรือในวันที่ ๒๘

ท่านอื่นมีอะไรแลกเปลี่ยนไหมคะ ?

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี