การพัฒนาระบบ ปฐมภูมิ ในปัจจุบัน อิงกับ กรอบ ชีววิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ ส หอคอยงาช้าง ทั้งหลาย ลงมาถึง สสจ สสอ
การคิด จึง สนใจแต่ตัวเลข ค่า ชีว ระดับ ความดัน ระดับน้ำตาล หรือ ค่าอื่นที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาล
บางทีคนไข้ 70 80 ปี แล้ว ยังตามตรวจเฝา แต่ตัวเลข ตัวชี้วัด
มัน เป็นการชี้นำ ที่แสนจะ รักษา โรค แต่ท่านๆ ที่หอคอย ปากโพทนาว่า ดูแล มุนุษย์เป็นศูนย์กลาง
ความจริง เราให้บริการ มี เป้า ตัวเลข เป็นศูนย์กลาง
สงสัย ต้องมาท้าทายระบบ คิด กันใหม่ ในชุมชนส่วนใหญ่ ของประเทศไทย ที่ไม่ใช่ศูนย์การแพทย์เฉพาะโรค อย่างในเมืองใหญ่
เรา คือ หมอของชาวบ้าน ( ไม่ใช่หมอผู้ทำงานตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ของ สารพัดผู้เชี่ยวชาญ) ชาวบ้านต้องการอยากเห็น หมอ พยาบาล ดูแล รักษา อย่างไร
เจาะเลือดตรวจระดับ ตัวบ่งชี้บ่อย ตามเกณฑ์ หรือ หมอที่ผสมผสาน องค์ความรู้ ในการรักษา และ หนุนเสริม ภูมิปัญญา วัฒนธรรมการดำรงชีวิต
การวัด คุณค่า ของ หมอปฐมภูมิ ที่ยิ่งใหญ่ จึงต้องหัดคิดออกนอกกรอบ ชีวเวชศาสตร์ แต่เป็นกรอบคิดองค์รวม
การคิดออก นอกกรอบ จึงต้องหัดคิด นอกกรอบ การบริหารงบประมาณ การเป็นผู้วางแผนซื้อบริการ
ให้เป็นกรอบคิด การหนุนเสริมพลัง ความเข้มแข็งของ ประชาชน และท้องถิ่น รวมทั้ง หมอปฐมภูมิ
การหนุนเสริมพลัง ทำได้อย่างไร ก็คงไม่อาจจะใช้เกณฑ์ เป้าตัวชี้วัด แบบเดียว ทั้งประเทศ ควรจะมีกลุ่มตัวชี้วัด ถึง
ความเป็นมนุษย์ และ ความเป็นองค์รวม ให้เลือกติดตาม หรือ เลือกใช้วัดความก้าวหน้า
ตัวอย่าง
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่สามารถมั่นใจ ในการดูแลสุขภาพของตนเอง จากการให้บริการปฐมภูมิ
ร้อยละของผู้ป่วย ที่ทราบ และ ปฏิบัติตนได้ จริง และพึ่งพายาลดลง จากการให้บริการปฐมภูมิ
ผมเห็นมามากเลย เราจัดบริการปฐมภูมิด้วยกรอบ ชีวเวชศาสตร์ ด้วยการมียาทุกอย่าง อย่างที รพศ มีใช้
เราตรวจเลือดติดตามผู้ป่วย ที่ ปฐมภูมิ ด้วยมาตรฐานเดียวกับ คลินิคอายุรกรรม
ผู้บริหาร รพ มองปฐมภูมิ คือการลดความแออัด คือ การเอายา และการตรวจเลือด ลงไปยัง ปฐมภูมิ ให้ได้มาตรฐานเดียวกับ คลินิคอายุรกรรม ของ รพ.ใหญ่
ดังนั้น ปฐมภูมิในวันนี้ คล้ายกับ เป็นเพียง สาขาลูก ของคลินิค อายุรกรรม เท่านั้นเอง
มากกว่า จะ เป็น พัฒนาสุขภาพประชาชน เป็นเพียงแค่หน่วยรักษาโรคแจกยา เพราะมันถูกสั่งมาให้วัดผล ระดับน้ำตาล ระดับความดัน
ไม่ใช่วัด ติดตาม การพัฒนาคน การพัฒนาชุมชน วัดความเข้มแข็งของชุมชน ร่วมกับการวัดภาวะสุขภาพ อย่างที่ควรจะได้เห็น