วานนี้พบหมอหนุ่มจบจากรามาธิบดี แล้วไปทำงานชายแดนไทย-พม่า คุณหมอบุกเบิกการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน มิให้ปวดทรมาน ประคองใจประคองกายไปตามสภาพ แม้สังขารจะเสื่อมทรุด ประคองใจคนในครอบครัวและญาติ ดูแลรักษาที่จำเป็น ผู้ป่วยไม่ต้องข่ยนาขายไร่มาเป็นค่ารักษา ถึงเวลาจากไปก็ได้ตายที่บ้านท่ามกลางผู้เป็นที่รัก ได้ร่ำลาประกอบพิธีทางศาสนาความเชื่อ ปีหนึ่งๆ 50-70 ราย ทำต่อเนื่องมาสามปี

เป็นการดูแลที่ประเสริฐ หาได้ยากแม้ในเมืองใหญ่ ผมสนทนากับคุณหมอเพลิน เลยไปถึงภาพยนต์เรื่อง Ray

“…พี่ วันนั้นผมก็ดูทาง ThaiPBS น้ำตาซึมเลย...” คุณหมอสะท้อนออกมา เป็นการสะท้อน “อารมณ์รับรู้ความทุกข์ของผู้อื่น” หรือ Empathy

บ่ายวานนี้เช่นกัน อาจารย์แพทย์จาก รพ.รามาธิบดี และจาก รพ. สงขลานครินทร์ ถ่ายทอดความรู้ฝังลึกด้านการดูแลผูป่วยระยะสุดท้าย ด้วยศาสตร์เรียก “การดูแลแบบประคับประคอง” Palliative care อาจารย์ทั้งสองท่านย้ำว่า

 “การรับรู้ความทุกข์ของผู้ป่วยและญาติ” เป็นพื้นฐานสำคัญของแพทย์ พยาบาล บุคลการสาธารณสุขทุกสาขา มิได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีบทบาทดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเท่านั้น

และแพทย์ พยาบาลต้องดูแลใจตนเอง มิให้จมทะเลแห่งทุกข์ คือ ต้องวางใจให้เป็นด้วย