- ต่อนะครับ (พิมพ์ไปรอบหนึ่งแล้วหายหมดเลย เพราะดันไปคัดลอกอย่างอื่นทับคลิปบอร์ด อิๆๆ เลยต้องมาทบทวนความคิดอีกรอบครับ)
- จากที่ทราบกันแล้วครับ ว่าพื้นผิวโลกนี้ มีพื้นที่น้ำ มากกว่าพื้นที่ดิน ประกอบด้วยน้ำมากกว่าดิน
- แต่ถามว่าทำไมหลายที่เกิดสภาวะร้อน แห้งแล้ง ขาดน้ำ
- ว่าแล้วอาจจะทำให้บางท่านสงสัย ก็พื้นน้ำที่ว่ามันเป็นน้ำเค็มในทะเลนี่ จริงๆ แล้วน้ำในทะเล มหาสมุทร น้ำในบ่อ ห้วยหนองคลองบึง หรือน้ำฝน ก็คือน้ำเหมือนกัน เพียงแต่คนละสถานะกัน
- ตอนที่พายุเข้า ก็ทราบว่าพายุมาจากทะเล พวกไต้ฝุ่น ดีเปรสชั่น (เมื่อคืนที่เข้าประจวบ ชุมพร) ก็หอบน้ำทะเลนั้นหล่ะครับ มาทิ้งในพื้นที่บนบก แล้วทำไมน้ำเหล่านั้นไม่เค็ม ตกกลายเป็นน้ำฝน นั่นก็คือน้ำจืดเหมือนกัน นั่นหล่ะครับ คือสิ่งเดียวกัน
- หากมองปัญหาทั้งโลกแล้ว เราจะเจอว่าแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบต่างๆ กันไป บางที่ภาวะแล้งทั้งปี บางที่ครึ่งปี บางที่แล้งสลับน้ำ บางที่น้ำตลอดปี สมดุลบ้างไม่สมดุลบ้าง ปัญหาคือว่าเราจะเฉลี่ยความสมดุลเหล่านี้ได้อย่างไร
- หากเราค้นเจอความสมดุลในตัวเรา และความสมดุลรอบตัวเราได้ ปัญหาต่างๆ ไปแก้ที่ตรงจุดของมัน เราจะไม่ต้องมาแก้ปัญหาปลายแถวเลยครับ เพราะปัญหามันจะเป็นลูกโซ่ผูกโยงกันอยู่ครับ
- อย่างปัญหารถติด ก็ไม่มีให้แก้ไขเพราะที่มาของปัญหาถูกแก้ไปแล้ว คนมีงานทำ ไม่จำเป็นต้องเข้าเมือง ความเจริญที่เราเรียกว่าความเจริญก็กระจายออกไปให้ทั่วไทย เฉลี่ยๆ กันไป มากกว่าการรวมศูนย์ ทุกอย่างก็เข้าถึงได้ทุกที่ สถานศึกษาก็อยู่ทั่วประเทศ ความรู้ก็ทั่วถึงกัน มีงานให้ทำทั่วถึงกัน
- ทำให้ผู้บริหารไม่ต้องมามัวเสียเวลาปวดหัวกับปัญหาจำเจ จำใจ เอาเวลาไปคิดพัฒนา บริหารด้านอื่นๆ มากยิ่งขึ้นครับ
- ขอบคุณมากนะครับพี่ (ตกๆหล่นๆเหมือนกันในการพิมพ์รอบที่สองครับ)