บันทึกการถอดบทเรียน (ต่อ)
การรู้จักตัวตนที่แท้ย่อมสนับสนุนการเป็นองค์กรสร้างสุข เนื่องจากองค์กรมีชีวิต หากต้องการให้องค์กรสร้างสุข จำต้องเกิดจากปิติสุขจากภายใน นั่นคือแต่ละคนอิ่มสุขจากตัวตนที่แท้ ผ่านทักษะ วิธีการ กระบวนงานที่ตนถนัด ทำด้วยความรัก ความสุขย่อมออกมาและยังประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไร ถ้าออกมาจากเนื้อจากตัว ย่อมยังความสวยงามและความสุข
จากนั้นวิทยากรฯ แลกเปลี่ยน...
- น่าสนใจว่าบางคนเคยทำเป้าหมายชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อทำอีกครั้งเป้าหมายเปลี่ยนไป นั่นอาจไม่ใช่เป้าหมายชีวิตก็ได้ แต่มันเป็นแบบแผนหนึ่งของความเชื่อของเรา เช่น เมื่อเราเห็นบางคนประสบความสำเร็จ จึงอยากเป็นแบบเขาบ้าง เป้าหมายของเราจึงเปลี่ยนไปจากเดิมเรื่อยๆ อันที่จริงเป้าหมายชีวิตที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือตัวตน คือสิ่งที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์แล้วในตัวเรา แต่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับมันมากนักและยังไม่เปิดโอกาสให้มันเผยตัวออกมา ใบงาน win-win อาจทำให้เราเข้าใจเป้าหมายตนเองมากขึ้น หากโฟกัสไปที่ช่องแรก คือ ฉันได้ประโยชน์และคนอื่นได้ประโยชน์
- ดอกไม้ทุกดอก สวยเท่าเทียมกัน แต่ไม่เหมือนกัน ชีวิตของเราเหมือนเมล็ดพันธุ์ มีพิมพ์เขียวของเรา เราควรใช้องค์กรที่สักกัด เอื้อต่อการเจริญเติบโต ใช้มันเป็นเหมือนดินที่ชุ่ม อากาศที่บริสุทธิ์ แสงแดดร่ำไร
- หลายคนเหนื่อยมากและอยากลาออก อยากไปอยู่องค์กรแห่งใหม่ แน่ใจหรือว่าที่นั่นจะไม่มีปัญหา? ท่านสามารถอยู่ที่นี่ รับเงินเดือนจากที่นี่ แต่แสวงหาเรื่องที่สนใจออกไปหาพื้นที่สาธารณะทำกิจกรรมตามเสียงเรียกร้องจากหัวใจร่วมกับคนในองค์กรอื่นๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีกิจกรรมทำนองนี้มากมาย ดูง่ายๆ เช่น ชมรมคนดูนก ทำบ้านดิน เป็นต้น แต่ละคนไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่สนใจประเด็นเดียวกันก็ไปรวมตัวทำกิจกรรมกันได้
จากนั้นวิทยากรฯ ถามว่า “ จากนี้ไปมีกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ที่อยากทำมานาน,เคยทำได้ดีตอนเป็นเด็กๆ ,กิจกรรมที่อดไม่ได้ที่จะทำ ไม่ให้ทำก็จะทางทำ? (อย่างน้อย 3 กิจกรรม)
จากนั้นวิทยากรฯ ถามว่า “ในกิจกรรมเหล่านั้น มีกิจกรรม 1 กิจกรรม ที่สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องรอพึ่งใคร?”
จากนั้น วิทยากรฯ ถามต่อไปว่า “ในกิจกรรมดังกล่าว หากให้ท่านมองหาคนในที่นี้สัก 3 คน ที่อยากชักชวน/อยากขอความร่วมมือ/อยากขอแรงใจ และคิดว่าจะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คือใครบ้าง?” จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมเดินไปหาบุคคลเป้าหมายและนั่งพูดคุยกันว่าจะร่วมมือกันอย่างไร ปรากฏว่ามีการรวมกลุ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่
- กิจกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น จักยาน ฮูล่าฮูบ เป็นต้น
- เสริมบุคลิกภาพ เช่น เทคนิคแต่งหน้า สโมคกี๊อาย ติดขนตายปลอม เป็นต้น
- ช่วยเหลือสังคม เช่น บริจาคเลือด / สอนการบ้านเด็กสอนตาบอด เป็นต้น
- ความคิดเชิงบวก (ร่างโครงการความคิดเชิงบวก)
รศ.อรทัย อาจอ่ำ กล่าวว่า
- บทเรียนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวเราเอง ยากตรงที่การอยู่กับตัวเราเอง การไม่ใช้ชีวิตที่เร่งด่วน จะเห็นว่ากระบวนการถอดบทเรียนเป็นการทบทวนตนเอง วิทยากรกระบวนการทำหน้าที่เอื้อให้เรา มันเป็นแนวคิดที่ทำให้เราเดินด้วยขาตนเอง นำไปสู่การเป็นองค์กรสร้างสุขด้วยตนเอง กิจกรรมต่างๆ ก็ยั่งยืนด้วยตนเอง
- “เข้าใจเขาอย่างที่เขาเป็น” ไม่ใช่พยายามเปลี่ยนเขาอย่างที่เราอยากให้เป็น ที่ผ่านมาลงทุนไปเยอะ แต่ทุกคนในองค์กรเหนื่อย ทุกข์ เสื่อมเสียสุขภาพ ต้องกลับไปสู่ตัวตนที่แท้ที่เราละเลย แต่กระบวนการให้คนเข้าร่วมเส้นทางนี้เป็นเรื่องยาก เพราะส่วนใหญ่ยังมองว่า “มันไร้สาระ”
จากนั้นวิทยากรฯและผู้เข้าร่วมนั่งล้อมวง เข้าสู่พิธีปิดแบบเรียบง่าย โดยกลั่นคำพูดออกจากความรู้สึกจากหัวใจ