๔. แนวคิดการดำเนินงาน"บ้านหลังเรียน"
กิจกรรมช่วงเวลาหลังเรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งนำเด็กและเยาวชนเข้าสู่บริบทที่ต้องการ กล่าวคือใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย หลักในการจัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน มีดังนี้
๑. เป็นประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่เด็กและเยาวชนเห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับในการเข้าร่วมกิจกรรม อาจเป็นประโยชน์ด้านการเรียน ด้านการฝึกทักษะอาชีพ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านกีฬาและนันทนาการ เป็นต้น นอกจากนี้หากเป็นกิจกรรมที่ผู้ปกครองและคนในชุมชนเห็นประโยชน์ด้วยก็ยิ่งจะทำให้เกิดการยอมรับและการได้รับการสนับสนุนกิจกรรมที่นำไปสู่ความยั่งยืน
๒. ไม่เสียค่าใช้จ่าย กล่าวคือการเข้าร่วมกิจกรรมต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ หากจำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การใช้บริการอินเทอร์เน็ต ควรเก็บค่าใช้จ่ายในอัตราที่ต่ำกว่าการให้บริการทั่วไป
๓. เป็นธรรมชาติ การที่เด็กและเยาวชนได้แสดงออกหรือเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้
๔. ตอบสนองความต้องการของเด็กและเยาวชน ที่ต้องการแสดงออกอย่างสนุกสนาน ตื่นเต้นและและเร้าใจ จะทำให้เด็กและเยาวชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยสมัครใจ
๕. เข้าถึงได้ง่าย หมายถึง สถานที่ที่จัดกิจกรรมควรอยู่ในแหล่งชุมชนหรือบริเวณใกล้แหล่งชุมชนที่สามารถเดินทางได้สะดวก ปลอดภัยในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน
๖. ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ เพื่อสนองความต้องการของเด็กและเยาวชนที่เบื่อง่ายและสนใจสิ่งแปลกใหม่ ผู้จัดกิจกรรมต้องตื่นตัวอยู่เสมอแสวงหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นที่สนใจของเด็กและเยาวชน อันจะส่งผลให้สามารถดึงดูดความสนใจเด็กและเยาวชนและนำเด็กและเยาวชนเข้าสู่บริบทที่ต้องการได้อย่างต่อเนื่อง
๗. เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจรรม
๗.๑ บอกถึงความต้องการกิจกรรม โดยการสำรวจความต้องการในกลุ่มเด็กและเยาวชนว่าสนใจและ/หรือต้องการเข้าร่วมกิจกรรมใดบ้างในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน
๗.๒ เป็นผู้จัดกิจกรรมหรือเป็นพี่เลี้ยงในการจัดกิจกรรม พี่เลี้ยงหรือผู้จัดกิจกรรมควรเป็นรุ่นพี่หรือคนวัยใกล้เคียงกันกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดช่องว่างในการเข้าร่วมกิจกรรม เป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนรุ่นพี่ได้มีเวทีฝึกทักษะและ/หรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม เสริมสร้างคุณค่าในตน ตลอดจนเป็นการสร้างตัวแบบที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนได้รับรู้จากประสบการณ์ตรง
๘. ชุมชนมีส่วนร่วม ในที่นี้หมายถึง หน่วยงาน กลุ่ม และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรภาคประชาชน องค์กรเยาวชน ฯลฯ มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายทางสังคมร่วมช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมเด็กและเยาวชนในพื้นที่อีกทางหนึ่งอันจะส่งผลให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในการจัดกิจกรรม