น้าจ้าครับ

ดีใจครับที่ยังมีคนสนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์

อย่างที่เรียนในบันทึกนะครับ การทำให้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญและท้าทายครับ เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้กันเป็นวิชาที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ศาสตร์ สิ่งของโบราณและที่เป็นประวัติศาสตร์นั้นมีอยู่ แต่ทำอย่างไรจึงจะให้มีการนำเสนอสิ่งของนั้นให้คนสนใจและนำไปสู่ความรู้ที่กว้างไกลมากขึ้น

ความรู้จากสิ่งของนั้นสามารถขยายหรือย้อนลึกไปได้หลายระดับ ตรงนี้น่าสนใจครับ ในเมืองนอก ที่นิยมพาเด็กไปพิพิธภัณฑ์ก็ต้องการให้เด็กมีจินตนาการและได้ความรู้ทะลุสิ่งของที่เห็นนั้นไปอีกกว่าไกลมาก ซึ่งจะทำให้อยากรู้ไปเรื่อยๆ

สิ่งนี้ อย่างที่น้าจ้าให้ความเห็น ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กครับ

และไม่ใช่เพียงพาเด็กไปพิพิธภัณฑ์แค่นั้น แต่ต้องสอนวิธีให้เด็กคิดด้วยครับ คิดจนทะลุออกไปกว้างไกลกว่านั้น

ในเมืองไทย ผมว่ายังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการเรียนนอกห้องเรียน เหมือนกับว่าการเรียนต้องไปโรงเรียน อยู่ในห้องเรียนเท่านั้นซึ่งผิดครับ เช่นเว็บโกทูโนนี้ให้ความรู้นอกห้องเรียนที่ดีมากครับ

นอกจากนั้น ในวันที่ผมไปร่วมงานวันพิพิธภัณฑ์สากล รัฐมนตรีวัฒนธรรมอินเดียก็บอกว่าบางครั้งขาดการสื่อสารระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ประชาชนที่มีของดีๆ ของประวัติศาสตร์ไม่กล้าที่จะติดต่อทางการ ไม่รู้ขั้นตอนว่าจะต้องทำอย่างไร ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้าถึงประชาชน ไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการติดต่อหรือบริจาคของของโบราณต่างๆ  เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม...ปัญหาเหล่านี้ทำให้กิจการพิพิธภัณฑ์ไม่พัฒนาและยังอยู่ในความมืด

ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสไปอยู่ที่เจนีวาในช่วงหนึ่งของชีวิต ได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากมายจนเห็นขุมทรัพย์ในพิพิธภัณฑ์ ความจริงโลกทั้งใบก็เป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดละครับ การได้ไปเที่ยวต่างประเทศรอบโลกคือความฝันชีวิตหลังเกษียณครับ

ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน....เช่นเคย