ได้แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกเลยเหรอครับเนี่ย
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเหตุผลทั้ง3ข้อครับ เนื่องจากเป็นสาขาใหม่ก็แบบนี้ล่ะครับพี่ เมื่อดูในระดับโลกก็ถือว่ายังใหม่อยู่ดี คาดว่าตอนที่เริ่มวางระบบการแพทย์ของไทยในขณะนั้นยังไม่น่าจะมีประเทศไหนที่มีfammed เลยทำให้เราเคยชินกับspecialist(ทั้งหมอและคนไข้)
มีตัวอย่างของผมคือ วันหนึ่งไปงานแต่งงานเพื่อนคนหนึ่งกับเพื่อนๆresident สาขาต่างๆ เช่น neuromed ได้ไปนั่งโต๊ะร่วมกับญาติเจ้าบ่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็ก7-8ขวบ หลังจากคุยกันจนสนิทสักพัก น้องคนนี้ก็หันมาถามเพื่อนผมที่ไปด้วยกันว่าเป็นหมออะไร ถามไล่มาแต่ละคน ต่างคนก็ตอบว่า เป็นหมอสมอง หัวใจ ทางเดินอาหาร...(ย่อยไปกว่าอายุรกรรมอีก) จนถึงผมเป็นคนสุดท้าย น้องคนนี้ก็ถามว่า "แล้วพี่ล่ะ เป็นหมอรักษาอวัยวะอะไร" เป็นคำถามที่ทำให้ผมอึ้งเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "พี่เป็นหมอครอบครัว ไม่ได้รักษาอวัยวะ" ซึ่งก็ทำให้น้องคนนั้นและแม่ของเค้าที่นั่งด้วยกันก็ทำหน้างงๆและเริ่มสอบสวนโดยถามคำถามที่ผมตอบมาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้วว่า "แล้วหมอครอบครัวทำอะไร ใช่วางแผนครอบครัวหรือเปล่า" ซึ่งทำให้ผมลำบากใจทุกครั้ง เพราะไม่สามารถหาคำจำกัดความของ family doctor ที่สั้นและกระชับชนิดที่พูดมาแล้วทุกคนร้องอ๋อได้เลยสักครั้ง
มองดูๆแล้วมันเหมือนวงจรอุบาทว์(vicious cycle) อยู่เหมือนกันครับ ซึ่งพอจะเขียนได้ดังนี้
ขาดmodel(เนื่องจากความใหม่)-->ความไม่คุ้นเคย(จากกรอบความเคยชินเดิม)-->ความคลุมเครือไม่ชัดเจน-->มองดูไม่มีอนาคตไม่มีที่ยืน-->ไม่มีคนเรียน(ถึงหลงมาเรียนก็มักทนไม่ไหว)-->ขาดmodel--> -->...
ซึ่งจะแก้ไขด้วยการกำจัดวงจรแบบนี้ที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่นสร้างmodelที่ดีออกมามากๆ ก็น่าจะทำให้วงจรนี้สิ้นสุดลงได้ แม้ว่าจะไม่สามารถสิ้นสุดลงได้ในเพียงรอบเดียวแต่ผมเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในอนาคตไม่รอบใดก็รอบหนึ่ง ถึงแม้ว่านโยบายของรัฐบาลต่อไปจะไม่สนับสนุนก็ตาม แต่ก็น่าจะมีสักรัฐบาลหนึ่งค้นพบสัจธรรมถึงความสำคัญของprimary care และ family medicine เหมือนดังที่หลายๆประเทศได้เห็นไปก่อนหน้าเราแล้วหลายสิบปี