สวัสดีค่ะ

meepole ยังมีบุญน้อยอยู่ค่ะ หวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อผลบุญมาสนองคงได้พบในสิ่งที่ตั้งใจคืออจ.ผู้สอนสมาธิวิปัสสนา ที่ใจเรารับเข้ามาได้

ตอนอายุยังน้อยไม่เคยคิดถึงความตายเพราะคิดว่ายังอีกนาน

ตอนกลางคนเริ่มคิดกังวลบ้างเพราะเริ่มเห็นคนไกล้ตัวค่อยๆจากไป ค้นหาคำตอบอยู่พอควรว่าอะไรทำให้กลัว หรือกังวล ถ้าไม่ค้นหา ไม่พบ คงไม่ไช่วิถีแห่งคนพุทธ

คำตอบคือกลัวตกนรก(แล้วแต่ความเชื่อ การรับรู้ของแต่ละคน) ก็หาต่อว่าทำยังไงจึงตกนรก แล้วก็ได้คำตอบ ก็มองว่าหากไม่ต้องไปนรกแล้ว ทำไมจึงยังกลัว เลยได้คำตอบว่าเพราะเรายึดมั่นถือมั่น จริงๆเราไม่ได้กลัวตายแต่กลัวการจาก กลัวการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทำให้รู้สึกห่วงกังวลจึงกลัวการจาก

จากการศึกษา การสนทนา การอ่านและการนำมาทบทวน ใคร่ครวญ ทำให้เข้าใจอะไรได้มาก และยิ่งเราสร้างกรรมดี ทำกุศลมากเท่าใด ก็จะยิ่งไม่กลัวตาย เพราะเชื่อว่าทำในสิ่งที่ควรทำเท่าที่โอกาสให้มานั้นเต็มที่แล้ว และยิ่งรู้ว่าต้องตายในวันใดวันหนึ่ง (เพราะเกิดจึงต้องตาย) ก็ทำให้เรารอสิ่งที่แน่นอนนั้นด้วยความมีสติ ไม่ประมาท และต้องทำความดีอย่างสม่ำเสมอทุกๆวันด้วยศรัทธาและปัญญา เท่าที่ทำได้  ตอนนี้กับความตายจึงเฉยๆค่ะ และการที่ได้บริจาคร่างกายแล้ว ทำให้การตายดูง่าย สบาย ไม่วุ่นวายดีค่ะ

หากเราเชื่อแบบคนพุทธ ที่ใครทำกรรมใดยอมได้กรรมนั้น มีทั้งคนชอบปิดทองหน้าพระ ปิดทองหลังพระ แต่คงดีกว่าจะไม่ช่วยกันปิดทองเลย เพราะสิ่งที่เราหวังคือองค์พระที่งดงาม ส่วนแผ่นทองจะมาจากใหน จิตของผู้นำมาย่อมรู้ และความปิติย่อมแตกต่างกัน และแน่นอนหากแผ่นทองนั้นมาจากทรัพย์ที่บริสุทธ์  ผู้ติดจิตบริสุทธิ์ เมื่อติดเสร็จความอิ่มเอิบใจย่อมแตกต่างจริงๆ

ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้มีโอกาสมาลปรร.กันเสมอๆ