สวัสดีค่ะอาจารย์...

กะปุ๋มขอมองในประด็นที่ว่า "คน" ตอนนี้มีความทุกข์กันมาก ทุกข์ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว... ทุกข์หยาบและทุกข์ละเอียด... และมากมายที่มองไม่เห็นทุกข์ และยอมรับไม่ได้ว่าตนเองนั้นมีทุกข์... แต่การแสดงออกทั้งสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ทีออกเป็นทั้งการกระทำ คำพูด และหรือแม้แต่ความคิด สะท้อนถึงสิ่งที่พยายามจะหาทางพ้นทุกข์ทั้งแบบที่รู้ตัว และไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน

และหากใครที่พอมีปัญญา...ตามที่ทุกศาสนาว่าไว้นั้น ก็สามารถที่นำตนไปสู่เส้นทางที่ผู้นำแต่ละศาสนาท่านชี้เส้นทางให้เดินไป ... แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ... คน..เรานั้นยังมีอีกมากที่ขาด "ปัญญา" ทำความเข้าใจเหตุแห่งความจริง... จึงได้แต่วนไปวนมา...ในความคิด และประสบการณ์เดิมของแต่ละตน.. ไม่หลุดออกจากหลุมหรือกักดักของตนเอง.. แต่ก็ยังยืดและทะนงตนอยู่ได้ว่าตนนั้นแน่และเจ๋ง.. เป็นผู้ฉลาดแล้ว... แต่ไม่สามารถดิ้นออกจากทุกข์นั้นของตนเองได้..

สิ่งที่อาจารย์...กล่าวถึงนั้น... จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และน่าสงสาร..ในความทุกข์ที่คนเหล่านั้นมีและพยายามดิ้นรนออกจากทุกข์ และหาสิ่งที่คิด และเข้าใจว่าจะพาตนเองไปสู่ความสุขได้... อย่าว่าไปถึงขั้น "หลุดออก" จากทุกข์เลยนะคะ... แค่ให้ได้ปาฏิหารย์มาชะโลมหัวใจ... ที่มันร้อนรุ่มให้เย็นลงได้... ไม่ว่าจะเป็นปาฏิหารย์ใดใดก็พอใจแล้ว

...

"คน"...ตอนนี้จึงน่าสงสารยิ่งใน... "ทุกขเวทนา"ที่มีอยู่...ไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์หรือ...คนเก็บขยะ...ทุกสภาวะ...ต่างหนีไม่พ้นและดิ้นรนอยากพ้น แต่หาหนทางไม่เจอ...เพราะถูก "กิเลส" บังมืดไว้... ดังนั้นคว้าอะไรได้จึงพากันรีบคว้า เพราะเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตตนนั้นพ้น...จากบางสิ่งบางอย่างได้... โดยขาดทั้ง สติพิจารณา...ก่อเกิดปัญญา...ในการนำทางชีวิต

ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้นะคะ

กะปุ๋ม