ขอบพระคุณค่ะ ท่านKRUDALA
ทำให้นึกย้อนถึงกองใบไม้ที่ทับถม กองแรก ที่มองดูก็นิดเดียว แต่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ ช่วยกันโกยก็ยังไม่เสร็จเสียที แล้วครูก็เปรยว่า “เหมือนกิเลสเจ้าติ๋วเลย”
รับรู้ว่ากิเลสภายในใจยังมากโขด้วยการใคร่ครวญถึงเหตุและผล แต่พอมานั่งมอง ๆ แล้ว ทำไมมันไม่ค่อยเห็น เมื่อก่อนแต่ละเรื่องราวที่เข้ามาสอนนั้นสะเทือนจิตใจแรงมาก เจอเข้าแต่ละทีแบบน้ำตาไหลพราก ๆ แต่เดี๋ยวนี้นาน ๆ กระแทกเข้ามาที บางทีก็พยายามถามตนเองแต่ก็ไม่ค่อยได้คำตอบ
หรือว่าต้องกระชับวงล้อมเข้มงวดกับตนเองให้มากขึ้น เพื่อให้กิเลสมันร้อนตัว แสดงจุดอ่อนด้วยการบีบจิตใจให้ทุกข์นะ
อืมเป็นหนทางที่น่าสนทีเดียว ขอโอกาสนำไปลองทำจริงจังของพระคุณนะคะท่านKRUDALA
ที่ทำให้ติ๋วได้หยิบเรื่องนี้มาใคร่ครวญ