พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงด้วยประการฉะนี้แล้ว เมื่อทรงประกาศอริยสัจ ๔ ประชุมชาดก ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้น ที่ตถาคตมีปัญญาย่ำยีวาทะของผู้อื่น แม้ในอดีตกาล เมื่อญาณยังไม่แก่กล้า ตถาคตยังบำเพ็ญจริยาเพื่อประโยชน์โพธิญาณอยู่ ก็มีปัญญาเหมือนกัน ตรัสฉะนี้ แล้วได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า
เสนกบัณฑิตในครั้งนั้น คือ กัสสปภิกษุ ในบัดนี้.
กามินทะ คือ อัมพัฏฐภิกษุ
ปุกกุสะ คือ โปฏฐปาทภิกษุ
ปัญจาลจันทกุมาร คือ อนุรุทธภิกษุ
เทวินทะ คือ โสณทัณฑกภิกษุ
พราหมณ์เกวัฏ คือ เทวทัตภิกษุ
พระนางสลากเทวี คือ ถูลนันทิกาภิกษุณี
พราหมณ์อนุเกวัฏ คือ โมคคัลลานภิกษุ
พระนางปัญจาลจันที คือ สุนทรีภิกษุณี
นางนกสาริกา คือ พระนางมัลลิกาเทวี
พระนางอุทุมพรเทวี คือ โคตมีภิกษุณี
พระเจ้าวิเทหราช คือ กาฬุทายีภิกษุ
นางเภรีปริพาชิกา คือ อุบลวรรณาภิกษุณี
คฤหบดีผู้บิดา คือ พระเจ้าสุทโธทนมหาราช
คฤหปตานีผู้มารดา คือ พระสิริมหามายา
นางอมรา คือ พระพิมพาผู้เลอโฉม
ติขิณกุมาร คือ ฉันนภิกษุ
ธนุเสข คือ ราหุลภิกษุ
นกสุวบัณฑิต คือ อานนทภิกษุ
พระเจ้าจุลนี คือ สารีบุตรภิกษุ
มโหสถบัณฑิต คือ เราผู้โลกนาถ
เธอทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้ อย่างนี้แล.