ขอบคุณ ผศ.วิไล แพงศรี ที่ให้เกียรติในการให้คอมเมนท์ครับ
ปัญหาของระบบการศึกษาทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับการคิดก็คือ
เวลา และ ความพร้อม เท่านั้น
เวลาในระบบทุนนิยม วิถีการผลิตปัญญาในห้องเรียนรายชั่วโมง
ไม่ได้ก่ออะไรให้เกิดผลอะไรในการคิดเท่าไรนัก เพราะหลักสูตรต่าง ๆ
ก็พยายามเร่งให้จบตามเป้าหมายหลักสูตร ทำให้ขาดการไคร่ครวญ
วิถีอย่างนี้ การจดจำมโนทัศน์ เรื่องการคิดเพื่อให้รู้แล้วนำไปสอบ
ให้ได้คะแนนเยอะ ๆ ก็สามารถทำได้
ส่วนความพร้อมนั้น คนที่มีความพร้อมในการคิด เช่นมีความโล่งโปร่ง
ปราศจากความเครียด มีชีวิตในโหมดปกติมาแล้ว ก็เชื่อว่าจะคิดได้เอง
โดยไม่ต้องเทศน์ ต้องสอน ถึงแม้จะสอนมโนทัศน์เกี่ยวกับการคิด
ก็จะนำไปใช้ได้ทันที หลังออกจากห้องที่เป็นวิชาชีวิตเขาก็จะประยุกต์
นำไปใช้ได้ทั้งหมด และมีพลังในการเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวา อย่างเหลือเฟือ
ปัญหาสำคัญของการศึกษาในบ้านเราไ่ม่ใช่การศึกษาตลอดชีวิต
คือ หลังจากก้าวออกจากห้องเีรียนที่เป็นการศึกษาในระบบแล้ว
ก็ส่งคืนความรู้ หรือไม่ก็สอบออกไป ก็ส่งคืนความรู้ไปทั้งหมด
ไม่เิกิดสิ่งที่เรียกว่าการศึกษาต่อเนื่อง เพราะว่าการศึกษาในระบบ
นั้นทำลายระบบชีวิตให้ไปสู่โหมดปกป้อง ซึ่งจำเป็นต้องเยียวยา
เมื่อเยียวยาจนพลังชีวิต สดใหม่ ซ่อมแซมตนเองได้ ก็จะกลับมา
คิดได้เองโดยไม่ต้องสอน เพราะจะเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตขึ้นมาเอง
และสังคมเราถ้ามีคนชนิดนี้มาก ๆ มีพลังชีวิต สด ใหม่ สามารถเรียนรู้ได้
อยู่ในโหมดปกติ เศรษฐกิจก็เปลี่ยน สังคมก็เปลี่ยน การเมืองก็ยิ่งเปลี่ยน
เพราะยิ่งคนคิดได้เอง รู้เท่าทัน ระบบโครงสร้างจะเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
แต่วันนี้จะต้องเยียวยา จากโหมดปกป้อง เพื่อเข้าสู่โหมดปกติก่อน
ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย สร้างความสัมพันธ์(ฺBonding) แนวราบ
ให้ระบบชีวิตได้ฟื้นตัว และผมไม่เห็นทางไหนที่จะทำได้ในสถานศึกษา
นอกจากการศึกษาอีกสองระบบที่ทับซ้อนกับการศึกษาในระบบ นั่นแหละ
คือคำตอบ ที่จะก้าวไปสู่การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาต่อเนื่อง ที่ไม่มีวันจบ