พระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
คุณธรรมสี่ประการ
ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคมพร้อมพรั่งด้วย
บุคคลจากทุกสถาบันในชาติตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอวยพร
และการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ
ทั้งรัฐบาลที่ได้จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม น้ำใจไมตรีของประชาชน
ชาวไทยที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้
น่าปลาบปลื้มใจมากเพราะแต่ละคนได้แสดงออก และตั้งใจมาด้วยความหวังดี
จากใจจริง จึงขอขอบใจทุกๆ คนที่จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี
และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนทุกฝ่ายนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้ว
มีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมเป็นที่ตั้งของความรัก ความสามัคคี
ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษา และพัฒนาชาติบ้านเมือง
ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาได้ตลอดรอดฝั่งคุณธรรมสี่ประการ
-
ประการแรก คือ การที่ทุกคน คิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี
มุ่งเจริญต่อกัน
-
ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน
แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ
-
ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติ ปฏิบัติตน อยู่ในความ
สุจริตในกฎกติกา และในระเบียนแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
-
ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็น
ของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล
หากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้
ยังมีพร้อมมูลอยู่ในกาย ในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทย
จะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้
จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้
กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วย
ความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายภาคหน้า
ขอให้อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล จงรักษา
ประเทศชาติไทยปลอดพ้นจากภัย จากอันตรายทุกสิ่งและอำนวย
ความสุขความเจริญสวัสดี ให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วหน้ากัน
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 9 มิถุนายน 2549
เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ประการแรก คือ การที่ทุกคน คิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี
มุ่งเจริญต่อกัน
มุ่งเจริญต่อกัน
ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน
แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ
ประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน
แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ
ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติ ปฏิบัติตน อยู่ในความ
สุจริตในกฎกติกา และในระเบียนแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
สุจริตในกฎกติกา และในระเบียนแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็น
ของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล
ของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล
ที่มา http://www.dopaclean.com/discourse/