อยากให้กำลังใจคนที่กำลังรักษาอยู่ค่ะ ว่ามันก็ไม่ได้น่ากลัวกว่าที่คิด
เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เคยเป็นโรคปลายประสาทอักเสบบวกรวมกับเส้นเลือดอักเสบ เนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์และบ้างานมากเกินไป และมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดและการแพ้ยาพารา โดยปกติแล้วจะมีอาการไม่ถูกกับอากาศเย็นเพราะจะปวดตามแขนขาตอนแรกก็คิดว่าปวดกระดูกธรรมดาแต่ไม่ใช่ เคยไปตรวจเลือดเพราะสงสัยแต่ก็ปกติ ช่วงหน้าหนาว ปี49 ก็เริ่มมีอาการชาและปวดปลายมือด้านซ้าย บางวันตื่นมาแทบไม่มีแรงเดินลุกแล้วหน้ามืดก็มีแต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอ จนกระทั่งเดินไปสะดุดขาแพลงและมีอาการปวดมากหมอที่คลีนิคก็ให้แต่ยาแก้ปวดมา และลาพักงานแต่ก็ไม่ทุเลา อาการปวดที่มือเริ่มลามมาที่แขน หลังลางาน 2 วันก็กลับไปทำงาน แต่เกิดอาการปวดแขนมากจนต้องส่งโรงพยาบาล คุณหมอส่งไปตรวจMRI และวินิจฉัยว่าเป็นปลายประสาทอักเสบ อาการหนักพอสมควรแขนปวดและชาจนไม่มีความรู้สึกปลายขาตก ต้องกินยาแก้ปวดและกระตุ้นด้วยไฟฟ้า นอนอยู่โรงพยาบาล 10 วัน ยังพอเริ่มเขยกได้บ้าง พอค่อยยังชั่วคุณหมอก็ให้กลับบ้านแต่ต้องไปทำกายภาพและกระตุ้นไฟฟ้าทุกวัน จนติดช่วงปีใหม่และยาแก้ปวดหมด เกิดอาการปวดอย่างหนักจนชักและหมดสติต้องส่งโรงพยาบาลกลางดึก(เปลี่ยนโรงพยาบาล)หมอต้องให้น้ำเกลือ ฉีดยาแก้ปวดและขยายหลอดเลือด ให้ทุก 2 ชม. เพราะเจาะเลือดไปตรวจไม่ได้ดูดเลือดออกมาไม่ได้ ย้ายที่เจาะประมาณ 3 ครั้งได้ ตอนเช้าพี่สาวไปขอประวัติการรักษามาจากที่โรงพยาบาลเดิม คุณหมอเจ้าของไข้ต้องจัดหมอเฉพาะทางให้เพิ่มอีก 1 คน เพราะผิดปกติเกี่ยวกับเลือดด้วย กล้ามเนื้อที่แขนและมือด้านซ้ายฝ่อ ไม่มีความรู้สึกไม่สามารถหยิบอะไรได้เลย ปลายขาด้านซ้ายตกต้องใส่เฝือกรองเวลานอน เท้าไม่มีความรู้สึก เดินไม่ได้เลย หมอฉีดยาสเตรียลอยให้ประมาณ 4-5 เข็มได้จึงเปลี่ยนเป็นยาสเตรียลอยแบบเม็ด ต้องกินวิตตามิน B รวม ยา CBZ เพื่อรักษาอาการปวดตามเส้นประสาท และ IMURAN เพื่อกดภูมิคุ้มกัน ให้เม็ดเลือดขาวน้อยลง พออาการดีขึ้นคุณหมอก็ลดและให้หยุดกินสเตรียลอยเพราะมีผลข้างเคียงพอสมควร หน้าบวมและเป็นเม็ดเหมือนสิวเต็มทั้งหน้าเหมือนหนังคางคกเลย หลังจากอยู่โรงพยาบาลได้ 5วันก็กลับบ้าน แต่ต้องไปพบคุณหมอทุกอาทิตย์ เพื่อตรวจเลือดและประเมินผลกล้ามเนื้อ เพื่อปรับลดปริมาณยา ตอนเป็นแรกๆร้องไห้ทุกวันเลย แต่ได้กำลังใจจากครอบครัวและแฟนรวมทั้งคนรอบข้าง ก็เลยเลิกร้องไห้แล้วหันมาทำกายภาพและกินอาหารและยาตามที่คุณหมอสั่ง เริ่มหัดเดินใหม่ว่างก็นั่งใช้ปลายเท้าถกผ้าจนเริ่มขยับได้ปลายเท้าและข้อเท้าได้ ส่วนมือก็กำลูกบอลลูกเล็กบ้างลูกใหญ่บ้างสลับกันจนมือเริ่มมีความรู้สึกและกลับมาหยิบของได้และเริ่มหัดยกของได้บ้าง ตอนแรกคุณหมอบอกว่าอาจจะต้องกินยากดภูมิไปตลอดชีวิตถ้าเม็ดเลือดขาวยังไม่ลด ตั้งแต่เริ่มป่วยและรักษามาเกือบ 2 ปี อยู่ๆก็เป็นไข้หวัดคุณหมอก็เลยให้หยุดยากดภูมิ แต่ให้ยาแก้ปวดมาติดไว้กรณีฉุกเฉิน และก็ไม่ได้ไปหาหมออีกเลย ตอนนี้ก็หายเป็นปกติดีถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่การกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก็คือกำไรของชีวิต ของคนที่เคยคาบเส้นตายมาก่อน ถ้าคนป่วยใจสู้และดูแลตัวเองไม่ว่าโรคอะไรมันก็เล็กน้อยเสมอค่ะ