(๑) ดูตามหัวเรื่อง  คุณต้องการที่จะ "พัฒนาตัวบ่งชี้ของความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน"  คล้ายกับว่า ขณะนี้เรารู้ตัวบ่งชี้อยูพร้อมแล้ว  และเราต้องการจะพัฒนาตัวบ่งชี้เหล่านั้น  แต่กระบวนการข้างบนนี้  ไม่ใช่  เพราะว่า เรายังไม่รู้ตัวบ่งชี้ ?  จึงต้องค้นหาก่อน?  โดยเริ่มต้น "ค้นหาองค์ประกอบ"ขององค์การแห่งการเรียนรู้ก่อน,  จากนั้นจึงค้นหาตัวบ่งชี้ขององค์ประกอบนั้นๆ,  และจบ.  โดยยังไม่ได้พัฒนาตัวบ่งชี้ตามปัญหาข้างต้น?

(๒) "องค์การแห่งการเรียนรู้" ตามที่นิยามนั้น "มีธรรมชาติเป็นระบบหนึ่งหน่วยระบบ"  ประกอบด้วย หน่วยต่างๆคือ  (๑)สมาชิก ซึ่งเป็นคน, (๒) -- ? -- (ข้อความอื่นทั้งหมดในคำนิยาม  เป็น -- กระบวนการ -- ไม่ใช่หน่วย)  ลองเปรียบเทียบดูต่อไปนี้

(ก) รูปสามเหลี่ยม ถือเป็น "หนึ่งหน่วยระบบ" ประกอบด้วย "หน่วยย่อย" คือ "ด้าน  ๓ ด้าน"  กับ "มุม ๓ มุม" และ (ข) "ด้าน ๓ ด้าน" และ "มุม ๓ มุม" ต่างก็เป็น "องค์ประกอบ" ของ "หน่วยระบบ รูป ๓ เหลี่ยม"

คุณจะเห็นว่า "คำนิยามข้างบนยังไม่สมบูรณ์"  ต้องคิดดูว่า ยังมีอะไรที่ถือว่าเป็น "องค์ประกอบ" ของความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้นั้นได้อีกบ้าง

เมื่อได้"องค์ประกอบ" แล้ว  ขั้นต่อไปต้อง "ระบุความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยย่อยเหล่านั้นว่ามีลักษณะเป็เครือข่ายอย่างไร"  เมื่อพบเครือข่ายแล้ว  ก็ต้องพิจารณา "การปฏิสัมพันธ์กันของหน่วยย่อยในเครือข่ายนั้น"  ซึ่งถือว่าเป "กระบวนการ"

(๓) เมื่อเราพบ "ลักษณะ"ขององค์การแล้ว  ขั้นต่อไปเราจึงจะ "พัฒนา" องค์ประกอบนั้นๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพเป็นที่พอใจของเรา ครับ

(๔) คุณลองพิจารณาดู "องค์ประกอบหลักขององค์การแห่งการเรียนรู้ "  ๕  ประการของคุณดูอีกครั้งครับ  ว่า มัน "สอดตล้อง"กับคำนิยามขององค์การแห่งการเรียนรู้"หรือไม่?  องค์ประกอยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไปก็คือ "บรรยากาศขององค์การ"

(๕) เรื่องของการเรียนรู้นั้นจะมีเงื่อนไข "ภายนอกตัวผู้เรียน"-- "เงื่อนไขภายในตัวผู้เรียน" --- "กระบวนการเรียนรู้" -- และ "ผลของการเรียนรู้" ซึ่ง เงื่อนไขภายนอกตัวผู้เรียนก็ได้แก่ องค์ประกอบย่อยในเครือข่ายของระบบนั้นนั่นเอง ครับ

ข้อเสนอแนะเท่าที่มองเห็นในขณะนี้ก็มีเพียงเท่านี้ครับ  หากมองเห็นเพิ่มเติม  ผมจะเสนอแนะต่อไปนะครับ  ถ้าไม่ว่ากระไร

ขอขอบคุณมากที่ให้เกียรติผม ครับ  และขออวยพรให้บรรลุความสำเร็จให้จงได้ นะครับ  ความยุ่งยากเช่นนี้เป็นธรรมชาติของการวิจัยครับ แต่เป็นสิ่งธรรมดาของนักวิจัยที่จะต้องอดทนครับ

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว