จากการเรียนวันที่ 19 มี.ค. 54 ดิฉันพบว่า

เรื่องที่ใหม่ที่สุด

     1. ปรัชญาเรื่องมนุษย์ในมุมมองของศาสนาพุทธ เนื่องจากแต่เดิม ดิฉันเรียนรู้แนวความคิด ทฤษฎีต่างๆ จากมุมมองการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบตะวันตก ซึ่งจะเน้นความเป็นปัจเจกบุคคล เน้นเทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการบริหารคนอย่างราบรื่นเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การนำเข้า การฝึกอบรม การส่งเสริมสนับสนุน การให้รางวัลหรือการลงโทษ และการส่งออก แต่การนำมุมมองทางศาสนาพุทธมามอง “มนุษย์” เสียใหม่ ทำให้ดิฉันไม่ได้มองมนุษย์เพียงแค่เป็นทรัพยากร เป็นทุนในการทำงาน หากแต่พึงระลึกถึงในแง่จิตวิญญาณของพวกเขา นั่นหมายถึงการใช้มุมมองของศาสนาพุทธมาช่วย จะทำให้ไม่เพียงแต่ทำให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปด้วยดี ทรัพยากรมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าทางความสามารถ หน้าที่การงานของตนเท่านั้น หากแต่เป็นการทำให้พวกเขาเติบโตทางจิตวิญญาณ มีความลุ่มลึกและลึกซึ้งกับการดำเนินชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

     2. Human Resource Architecture เมื่อได้ยินคำ ๆ นี้ครั้งแรก ดิฉันรู้สึกแปลกใจเพราะแต่เดิม ดิฉันจะรู้สึกว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นเสมือนยาสำเร็จรูป มีขั้นตอนแบบแผนให้เลือกนำไปใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบขององค์กร แต่ดิฉันไม่เคยคำนึงถึงการออกแบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เหมาะสมก่อนเลย เปรียบเสมือนแต่เดิมดิฉันจะมอง HR เสมือนบ้านสำเร็จรูปที่มีหลายโครงการให้เลือกซื้อ แต่ไม่เคยคิดจะออกแบบสร้างบ้านขึ้นเองเลย ซึ่งการกระทำอย่างหลังนี้จะทำให้เราสามารถออกแบบสิ่งที่ต้องการได้ 100% เป็นไปตามความต้องการผลลัพธ์ที่จะให้เกิดได้อย่างแท้จริง

เรื่องเก่าที่ปรับปรุงใหม่

     1. การเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ “มนุษย์” จากเดิมที่เรามองมนุษย์เป็นเพียง “บุคลากร” (personnel) ต่อมาได้ขยับขยายเป็น “ทรัพยากรมนุษย์” (human resources) จนกระทั่งปัจจุบัน เรามองมนุษย์เป็น “ทุนมนุษย์” (human capital) แสดงให้เห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงแนวความคิดเกี่ยวกับมนุษย์ ซึ่งนับวัน มนุษย์ก็มีคุณค่าในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต่อไปในอนาคต เราก็อาจจะมีมุมมองใหม่ ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับมนุษย์อีกก็เป็นได้

     2. พัฒนาการของความเป็นเลิศ คือจากเดิม เราจะศึกษาจากตัวอย่างการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จ และเลียนแบบมาใช้กับองค์กรของเราเลย (copy) แต่บางครั้ง สิ่งที่ใช้ได้ผลดีในที่หนึ่ง อาจจะใช้ไม่ได้ผลกับอีกที่ ๆ หนึ่งก็เป็นได้ อันเนื่องมาจากความแตกต่างในบริบทต่าง ๆ จึงทำให้การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ จึงจำต้องมีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงขององค์กรของเราด้วย (creation) แต่พัฒนาการของความเป็นเลิศไม่เคยหยุดนิ่ง การมุ่งสู่ความเป็นเลิศยังต้องพัฒนาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย(value addition) เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ให้เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเรื่องเก่าที่นำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เรื่องที่ทำให้ช็อก ดิฉันตื่นตกใจกับการส่งงานของท่านอาจารย์ ที่ให้ส่งงานผ่านการเขียนลงบล็อกเป็นอย่างมาก เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. เป็นการลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติแล้ว (เช่นกระดาษ หมึกพิมพ์ ลวดเย็บกระดาษ)
  2. เป็นการใช้เทคโนโลยีมาส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างกันให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางเพิ่มมากขึ้น
  3. เป็นการ “ให้” อะไรกับสังคมออนไลน์ด้วย เพราะการแสดงความคิดที่หลากหลายของนักศึกษาแต่ละคน อาจจะจุดประกายความคิดให้กับผู้อื่นที่เข้ามาอ่านได้ เสมือนเป็นการแบ่งปันความคิดเห็นระหว่างกันได้ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้รู้ “รอบ” และรู้ “ลึก” มากขึ้นด้วย
  4. รวมทั้งเป็นการทำให้นักศึกษา (รวมถึงดิฉันด้วย) ต้องพึงตระหนักว่า เราจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เขียนลงบล็อกไปแล้ว ดังคำพูดที่ว่า “ก่อนพูด เราเป็นนายของคำพูด แต่หลังพูด คำพูดเป็นนายของเรา” เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนความรู้ในที่สาธารณะ ทำให้เราพึงระวังและรับผิดชอบในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้นอีกด้วย