คำถามข้อที่ 1 ถ้าหากเราจะขยายวงเรื่องการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ Belief หรือศรัทธาเรื่องคนออกไปสู่สังคม เราจะมีวิธีการอย่างไร?
1.ผ่านผู้นำในองค์กร
ในการบริหารคนในองค์กรให้ประสบความสำเร็จนั้นปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ องค์กรยิ่งใหญ่มากเพียงใด การบริหารคนก็ยิ่งมีความยากลำบากมากขึ้น หากบุคคลากรในองค์กรล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน ย่อมทำให้องค์กรประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่การทำให้บุคลากรในองค์กรมีเป้าหมายเดียวกันอาจต้องมีการสร้างให้ทุกๆคนในองค์กรมีศรัทธาในเรื่องเดียวกันเสียก่อน
ศรัทธาเป็นเรื่องยากที่จะสร้างให้เกิดขึ้นแต่หากเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน กลไกสำคัญที่จะก่อให้เกิดแรงศรัทธาคือผู้นำขององค์กร หากผู้นำมีวิธีคิดและการปฏิบัติตัวที่เป็นตัวอย่างที่ดีสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร ย่อมก่อให้เกิดแรงศรัทธาขึ้นในบุคลากรขององค์กร และส่งผลให้บุคลากรในองค์กรประพฤติปฏิบัติตนสอดคล้องไปสู่เป้าหมายความสำเร็จขององค์กร ในทางกลับกันหากผู้นำมีวิธีคิดและปฏิบัติตนขัดแย้งกับเป้าหมาย อาจไม่ก่อให้เกิดแรงศรัทธากลับเกิดกระแสต่อต้านในกลุ่มบุคลากร
เช่นเดียวกับการสร้างให้เกิดแรงศรัทธาในสังคม ผู้นำของสังคมนั้นสำคัญยิ่งในการสร้างให้เกิดศรัทธา และก่อให้เกิดผลใหญ่หลวงต่อสังคมอย่างที่ปรากฏเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น หากผู้นำสังคมไม่สามารถก่อให้เกิดความเชื่อถือได้แล้ว ย่อมไม่ก่อให้เกิดศรัทธาเช่นกัน
2. ผ่านความเลื่อมใส
ในทางพุทธศาสนานั้น “ศรัทธา” มีความเลื่อมใสเป็นลักษณะ เมื่อมีความเลื่อมใส ก็จะต้องมีที่ตั้งให้เกิดความเลื่อมใส สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดีงาม เช่น เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระอริยสงฆ์ แต่ถ้าเลื่อมใสในสิ่งที่ไม่ดี เลื่อมใสในสิ่งที่ผิด เช่น เลื่อมใสในบุคคลที่เห็นผิดมีความประพฤติปฏิบัติผิด เลื่อมใสในความเชื่อความเห็นที่ผิด เป็นต้น อย่างนี้ไม่ใช่ลักษณะของศรัทธา การเลื่อมใสในสิ่งที่ผิด เป็นอกุศลไม่ใช่กุศล (www.our-teacher.com/our-teacher/article/4%20admonishment/.../365.doc) ดังนั้นหนทางหนึ่งซึ่งจะเป็นการขยายเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับศรัทธา ก็คือ ความเลื่อมใสในตัวบุคคลหรือวัตถุใดๆ โดยบุคคลหรือวัตถุนั้นๆ ต้องเป็นคนดี หรือ เป็นสิ่งที่ดีงาม
3. ผ่านการคบ การฟัง และ การอ่าน
คำสอนในพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า การคบบุคคลผู้มีศรัทธาและการพิจารณาธรรมที่เป็นพระธรรมที่ทำให้เกิดศรัทธา ก็เป็นปัจจัยให้ศรัทธาเจริญขึ้นได้ ดังนั้นหากต้องการให้มีการขยายความเรื่องศรัทธา การคบบุคคลหรือการฟังก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดศรัทธาได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราเลือกคบบุคคลที่ศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็มีแนวโน้มว่า เราก็จะรู้สึกศรัทธาในสิ่งนั้นด้วย หรือ เมื่อเราอ่านเรื่องราวชีวประวัติของบุคคลใดก็ตามที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ แล้วรู้สึกว่า บุคคลผู้นั้นเป็นผู้ที่ควรเคารพนับถือ แสดงว่า เราเริ่มรู้สึกศรัทธาในบุคคลผู้นั้น ก็จะก่อให้เกิดศรัทธาขึ้นได้