ขอบพระคุณท่านอาจารย์เฉยๆไม่ได้แล้วสำหรับบันทึกตอนนี้ ขอใช้
"กราบขอบพระคุณ" แทนคำเดิมครับ
และกล่าวแทนความรู้สึกของอีกหลายๆคนที่มาอ่านแต่ไม่ได้แสดงทัศนะอะไรไว้ที่ตรงนี้
.. เป็นบันทึกที่โดนใจมาก
และเป็นเครื่องนำทางให้หลายๆคนได้คิดว่าแก่นสารสาระของการมีชีวิตอยู่นั้น
ควรจะเป็นอะไร อันไหนเป็นของจริง ของปลอม หรือจอมหลอกลวง
.. ผมเองแม้จะทำได้ไม่สมบูรณ์เท่า
ด้วยมีข้อจำกัดเรื่องสติ-ปัญญา และโอกาส
แต่กล่าวด้วยความมั่นใจว่ายึดถือแนวทางการเป็นชน
"กลุ่มน้อย" แบบท่านอาจารย์มาโดยตลอด
ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่มิใช่เป็นการอวดอ้างใดๆ มีตัวอย่างเล็กๆ
ดังนี้ครับ ..
- ผมปฏิเสธไม่รับมรดกใดๆจากพ่อแม่ ยกให้พี่ๆเขาทั้งหมดเพราะผมได้เรียนหนังสือ ตอนนี้หลานๆก็สบายกัน เราก็อิ่มใจ
-
ได้รับคัดเลือกเรียนต่อปริญญาตรีเป็นอันดับที่หนึ่งของรุ่นเพราะได้เกรดวิชาเอกสูงสุด
เกือบ 4.00 แต่ตอนเรียนปี 3
ผมแจ้งกับพี่ชายว่าไม่เอาแล้ว เกียรตินิยม ขอใช้เวลาเรียนรู้จากงานกิจกรรมที่ชอบ ผมจึงจบปริญญาตรีด้วยเกรด 2.88 แต่ไม่เสียใจเลย เพราะได้อะไรที่ดีกว่านั้นมาก - ผมเป็น รองหัวหน้าคณะ และ รองคณบดี 3-4 สมัย แต่ผมไม่เคยไปสมัครหรือร้องขอ ทุกครั้งเขาขอให้ไปช่วยก็ยินดีช่วย ถึงเวลาต้องออกตามวาระก็สบายใจดี ไม่เห็นมีอะไร
- บรรณาธิการอาวุโส มติชนเคยเขียนยกย่องผมเป็น
"เพชรดีที่จันทรเกษม" โดยเราไม่ได้ส่งเรื่องราวไปเลย ท่านไปพบเห็นเอง และผมก็รู้สึก "เช่นนั้นเอง" กับเรื่องนี้ - รางวัล "ครูดีศรีจันทรเกษม" ผมก็ได้มาแบบไม่ได้สมัคร เขาแอบทำกันเองไม่ให้ผมรู้ เพราะกลัวผมปฏิเสธ ขนาดรูป เจ้าหน้าที่ยังต้องไปแกะจากบอร์ดประชาสัมพันธ์เลย พอรู้ว่าได้ ผมรำพึงในใจว่า "ทุกขลาภ" และ "เช่นนั้นเอง"
- ผมเคยเป็นตัวแทนคณาจารย์ในบอร์ดของสถาบัน 2 สมัยโดยการสมัครและไม่หาเสียงเลย ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเอกสาร ครั้งที่ 3 ที่เขาหาเสียงกันหนักหน่วง ผมก็ยังทำแบบเดิม ผลคือไม่ได้รับเลือก แล้วผมก็ไม่เคยสมัครอีกเลย
- อดีตอธิการบดีเคยบอกในที่ประชุมว่าผมน่าจะสมัครรับทุนMonbusho ไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น ผมอ่านดูเงื่อนไขแล้วคิดว่า คนเหมาะที่จะไปน่าจะไม่ใช่ผม จึงไม่สมัคร จนวันสุดท้าย ทางกรมฯโทรเลขถึงอธิการว่าให้แจ้งให้ผมไปสมัครด่วน ก็ไปสมัครหลังกำหนด 1 วันเพราะเตรียมหลักฐานไม่ทัน จากผู้สมัครนับร้อย จาก ทั้ง 36 สถาบัน ผมได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 2 คน ไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น 18 เดือน ทราบภายหลังว่าคนที่ลุ้นอยากให้ผมไปชื่อ "อาจารย์วีระ" ซึ่งผมได้แต่ขอบคุณอยู่ในใจเพราะไม่ได้รู้จักตัวท่านเลยจนบัดนี้
- สมัยเรียน ผมทำงานและกิจกรรมหลายอย่างมาก .. ออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท .. รับจ้างซ่อมวิทยุตามร้าน .. เป็น Lab boy ทั้ง ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ เป็นนักร้องในวงดนตรีสถาบัน เล่นละครหาเงินช่วยมหาวิทยาลัย เป็นประธานชมรมโสตฯ ศึกษาการล้าง-อัด-ขยายรูปด้วยตนเองแล้วสอนน้องๆ ช่วยกันถ่ายภาพทำ สคส.ขายหาเงินช่วยสถาบัน .. เป็นประชาสัมพันธ์องค์การนักศึกษา .. เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล .. นั่นคือแหล่งเรียนรู้ของผม
- ไม่เคยส่งผลงานเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการเลย จนบัดนี้ เพราะใจมันยังต้านอยู่ ทั้งๆที่อดีตอธิการบดีบางท่านพูดซ้ำหลายครั้งว่า "ของคุณมันเกิน รศ.แล้ว" .. (อันนี้ดูจะไม่เข้าท่า เพราะยังอยากรอดูว่าการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการอย่างสง่างามน่าจะมีมากกว่าเพียงวิธีที่ทำๆกันอยู่)
- ฯลฯ
ขอปวารณาตัวว่าจะเดินตามแนวทางนี้ร่วมกับท่านอาจารย์ตลอดไปครับ.