21/3/54 F/U อ.ชนัตถ์ Speech Therapy & ดร.ป๊อป Occupational Therapy ได้สังเกตและประเมินความสามารถในการสื่อสารของกรณีศึกษานี้ พบว่า น้องมีความสามารถในการเรียนรู้เสียงที่มีความหมาย การใช้ภาษาท่าทาง การแสดงออกทางสีหน้า การเข้าหาคนแปลกหน้า แต่มีสภาวะไม่นิ่งเนื่องจากชอบสำรวจสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ลายสีสดใส พลาสติกสะท้อนแสง เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น มีช่วงความสนใจในสิ่งของมากกว่าบุคคล ชอบสนใจของมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน เฉลี่ยแล้วมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งของหรือกิจกรรมหนึ่งอย่างไม่เกิน 3 นาที
สรุปคำแนะนำเพื่อการดัดแปรสิ่งแวดล้อมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3 ข้อ คือ
1. หลังตื่นนอน ให้มีการทำกิจกรรมที่ใช้แรงกายในหลายรูปแบบ เช่น วิ่งเก็บของเล่นกลับไปมาเป็นเส้นตรง วิ่งเป็นวงกลม ลอดเก้าอี้ คลานสลับวิ่ง กระโดดและเต้นตามเสียงเพลง นาน 5 นาที และสลับนั่งกิจกรรมบนโต๊ะให้เรียนรู้ของเล่นหนึ่งอย่าง แต่มีขั้นตอนที่ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อดึงช่วงความสนใจให้นาน 2 นาที และสลับนั่งทานอาหารถึงอาบน้ำพร้อมเรียนรู้ของใช้ต่างๆ
2. พยายามชวนถามตอบไปมา ในสิ่งหรือกิจกรรมที่เด็กสนใจก่อน พยายามอดทนและใช้เวลาสังเกตการเล่นเสียง และบันทึกเสียงและความหมายที่สอดคล้องกับภาษาท่าทางและอารมณ์สีหน้าของเด็ก อย่างน้อยวันละ 3 เสียง โดยไม่คาดหวังว่าจะต้องเป็นเสียงคำที่ถูกต้องเสมอไป อาจเพิ่มกิจกรรมการเป่า การดูด การพ่น การแลบลิ้น ระหว่างเล่นหรือทำกิจกรรมใดๆ ได้
3. ขณะทำกิจวัตรประจำวัน ให้ลองเปล่งเสียงที่มีความหมายและเป็นคำใหม่ที่เด็กควรเรียนรู้ เช่น หม่ำ + นม ฯลฯ ซัก 3 รอบ ก่อนให้โอกาสทำสิ่งที่เปล่งเสียงออกมา สังเกตเด็กเรียนรู้ได้เมื่อนิ่ง จ้อง ฟัง และพยายามเลียนเสียง อย่าบังคับและอย่าคาดหวังในแต่ละคำ บันทึกคำใหม่ๆ ใน 1 สัปดาห์ว่า มีกี่คำ แต่ละคำมีความถี่ที่เด็กเล่นเสียงเท่าไร
นัดติดตามผลที่บ้านเดือนเมษายน