- อาจารย์จันทรรัตน์คะ....
- ดิฉันคิดว่าใช่นะคะ กระแสวิชาการด้านสังคมศาสตร์ของไทย มีนักคิดที่จัดอยู่ในกลุ่ม Postmodernist อยู่มาก ท่านที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ น่าจะเป็นคนไม่ยอมจำนนอะไรง่ายๆ ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ (อันเป็นญาติกับความขี้สงสัย) และมีวิธีคิดเชิงวิพากษ์ด้วย
- ดิฉันชอบอ่านบทความของท่าน ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงค์ ท่านกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้มาก (และมีบทความที่หลายท่านเขียนเกี่ยวกับ โพสต์โมเดิร์นนิซึ่ม จำนวนมากที่เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนค่ะ) แต่ดิฉันก็สรุปความไม่ใคร่ถูก ด้วยว่ามีกรณีตัวอย่างที่หลากหลาย และดิฉันเองก็ไม่ได้รู้ลึกในเรื่องนี้ แต่สนใจเพราะคิดว่าน่าสนุกดีที่จะสอนเด็กให้หัดตั้งคำถาม "ต่อคำถาม และคำตอบ ที่มีมาก่อนหน้า"
- คือเป็นวิธีการหนึ่งที่คิดว่าน่าจะช่วยฝึกทักษะ การรู้เท่าทันการสื่อสาร แก่เด็กๆได้
- เท่าที่ทราบ แนวคิดโพสต์โมเดิร์น เชื่อว่า ความจริง ขึ้นอยู่กับมุมมอง ความจริง เป็นสิ่งประกอบสร้าง และความจริง เป็นสิ่งสัมพัทธ์
- เปรียบเทียบกับการที่เรายืนคนละมุมห้อง แล้วมองคนหนึ่งคนที่ยืนอยู่กลางห้อง เราจะเห็นคนๆนั้นจากคนละมุม แปลว่าความจริงที่เราเห็นจะเป็นคนละชุดด้วย เมื่อมองจากสายตาของคนละคนกัน
- แปลลึกลงไปอีกเช่นว่า นักพัฒนา กับ นายทุน อาจจะมองเห็น (ให้ความหมาย) การกว้านซื้อที่ดินชาวบ้าน ต่างกับสุดขั้ว ฝ่ายหนึ่งใช้คำว่า ฮุบ (คือเอาถาวรทรัพย์ของเขาไป เขาจะยิ่งจนลง) ในขณะที่อีกฝ่าย ใช่คำว่า ช่วย (คือช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความยากจน)
- การให้ความหมาย ของโพสต์โมเดิร์นนิซึ่ม เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
- คือดิฉันคิดว่า วลีนี้ออกแนวเท่ๆดี
- หมายถึง ใครมีอำนาจมากกว่า ก็เป็นผู้ให้ความหมาย ผู้มีอำนาจน้อยกว่า ก็ถูกกระทำโดยการกำหนดความหมาย จากผู้มีอำนาจนั้น
- คือถ้าดิฉันเข้าใจไม่ผิด เขาเรียกว่า วาทกรรม เช่น ถ้าหมอวินิจฉัยว่าเราป่วย เราก็ต้องเป็น ผู้ป่วย หรือ คนไข้ เพราะหมอเป็นแพทย์ (เอาเข้าไปค่ะ) ท่านจึงมีสิทธิ์ตัดสินเช่นนั้น และถ้าหมอบอกว่า ต้องรักษาเราโดยวิธีการอันเป็นวิทยาศาสตร์ เช่นนี้ๆๆๆ
- แต่เราบอกว่าไม่ เราจะรักษาตามแบบที่เราเห็นว่าเป็นธรรมชาติ เพราะเรารู้จักร่างกายของเราดีว่าผิดปกติระดับไหน แต่ญาติของเราก็ย่อมเชื่อหมอมากกว่า เพราะหมอเป็นแพทย์ :) แปลว่านี่คือ วาทกรรม อะไรอย่างนี้เป็นต้น
- คืองี้นะคะ พูดเรื่อง วาทกรรม อำนาจ หรือโพสต์โมโพลิแท่น นี่ทีไร ดิฉันถึงแก่วิงเวียนตาลายทุกที : )
- พออ่านแล้วงง เยอะๆเข้า ดิฉันก็เลยแอบตั้งคำถามคุณโพสต์โมเดิร์นเข้าบ้างเหมือนกันค่ะ ......
ปล. ดิฉันคิดว่า ที่จริงในสุภาษิต คำพังเพย และสำนวนไทย มี ทฤษฎี (คือความถี่ซ้ำๆ) ที่ตรงกับปริบทตะวันออกเยอะแยะ ถ้าเรารู้จักนำมาแปลความ ตีความ โดยแยบคาย แล้วถอดกระบวนการคิดที่แฝงอยู่ ถ่ายทอดให้ ให้เป็นขั้นเป็นตอน แล้วพิสูจน์ให้เห็นว่านำไปใช้ได้จริงในปริบทไทยแล้วนั้น.......
....... เราก็น่าจะได้เป็น ทฤษฎีตะวันออก ไปบอกตะวันตก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกเยอะเลยค่ะ ..... (เอ่อ...คิดว่ามีนักวิจัยไทย หรือผู้รู้ท่านทำอยู่แล้วด้วยค่ะ เพียงแต่ดิฉันอ่านน้อย เลยยังไม่มีข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังอะค่ะ) :)