"อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ.
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน,
บุคคลอื่นใครเล่า พึงเป็นที่พึ่งได้
เพราะบุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่ง อันบุคคลได้โดยยาก"
ทารกนั้นสัญชาตญาณการพึ่งตน เมื่อสับสนก็ร้องไห้ให้รับรู้
หิวก็บอกร้องลั่นที่ท่านดู ไม่รับรู้วุฒิภาวะว่าอย่างไร
การพึ่งตนในความหมายใช่เรื่องนี้ ทารกมีสัญชาตญาณท่านว่าใช่
แต่ทารกฝึกตนแต่หนใด จึงอาศัยคนดูแลแค่ร้องโชว์
จะไซโกตเอมบริโอ..โอ้ธรรมชาติ คนหรือสัตว์พัฒนาการนั้นตามโผ
สติสัมปชัญญะมีหรือยังดั่งพุทโธ ต้องเติบโตเจริญวัยหลายขวบปี
เมื่อฝีกตนพ้นผ่านนานสามสี่ บอกไปฉี่เองได้ในเรื่องนี้
พึ่งตนได้เพราะใครฝึกนึกให้ดี จึ่งใคร่ชี้ที่ยกมาว่าเหตุใด
คนชราที่พ้นวัยไร้สติ ถึงเคยมีการฝึกมาว่าไฉน
เมื่อสังขารโรยราพาเป็นไป แม้ร้องไห้บอกคนจนปัญญา
จะพึ่งตนก็ไม่ได้มิใช่หรือ แม้ฝึกปรือดีเด่นเป็นปัญหา
ทั้งอึฉี่ขี้ราดญาติระอา ให้รู้ว่า"อัตตาหิ...."...มีอย่างไร
ที่ตั้งเรื่อง"ธัมมะไม่ใช่ธรรมชาติ" ใช่บังอาจอวดตัวรู้ดูหมั่นไส้
ศาสนาเริ่มเพี้ยนคนเปลี่ยนกลาย หน้าที่ไซร้จึงร้องแร่แห่กระเชิง
เห็นนักบวชมากมายไม่เอาถ่าน เป็นคนพาลบรรพชิตจิตยุ่งเหยิง
อยู่สบายไม่สำนึกคึกระเริง ถือคบเพลิงเผาศาสนาพาเสื่อมโทรม