ขออนุโมทนาด้วยครับ

เรื่องศาสนพิธีเคยมีโอกาสเสวนาธรรมกับพระนักปฏิบัติ ท่านปรารภว่าศาสนพิธีเป็นเพียงกะพี้หรือเปลือก ไม่ควรไปยึดติดเพียงแค่ภายนอก แต่ควรไปเน้นที่การลงมือปฏิบัติจริง นี่ก็แล้วแต่มุมมอง   แต่โดยประเพณีปฏิบัติทั่วไปก็หลีกเลี่ยงพิธีกรรมไม่พ้น ยังคงต้องปฏิบัติสืบต่อกันไป มีโอกาสก็จะเสริมด้วยการอธีบายความหมาย มากกว่าเพียงแต่ท่องจำหรือว่ากล่าวตามกันมา

มีอยู่อีกเรื่องหนึ่งที่มีการถือปฏิบัติแตกต่างกันตามท้องถิ่น คือเรื่องคำกล่าวกรวดน้ำ โดยทั่วไปจบที่ "..ตะสะปุญญานุภาเวนะ  มาโรกาสัง  ละภันตุมา" แต่เฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง, สงขลา ลงมา มีคำกล่าวต่อท้ายอีกว่า "ปัณจะ มาเร ชิเณนาโถ   ปัตโตสัมโภ  ทิมุตตะมัง จะตุสัจจัง  ปะกาเสติ มะหาเวรัง  สัพพะพุทเท นะมา มิหัง เอเตนะ สัพเพ มาราผะลายันตุ  อิทังโน  ญาตินัง โหนตุ  สุขิตา โหนตุ  ญาตะโยฯ" ก็ยังไม่สามารถสืบค้นที่มาได้ว่าเป็นเพราะอะไรจึงมีเพิ่มเติมต่อไปจากเดิม ใครมีข้อมูลก็แลกเปลี่ยนกันฟังด้วยครับ