ไม่รู้จะเพิ่มเติมอะไรก็เอาเป็นความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารพื้นบ้านล้านนาก็แล้วกัน
อาหารล้านนานอกจากจะเป็นเรื่องการอยู่รอดแล้วก็เป็นเรื่องของวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่แตกต่างกันไป หากลองสังเกตดูจะพบว่าอาหารล้านนา หรือพื้นถิ่นทางเหนือจะเป็นอาหารที่ง่าย ๆ แต่มีความพิถีพิถันอยู่ในตัว บางอย่างก็ง่ายแสนจะง่าย บางอย่างก็ซับซ้อน
นอกจากนี้ก็จะแฝงด้วยคติอื่น ๆ อยู่ในกระบวนการทำ เช่น ห้ามใช้สากครกล้างในหม้อแกง ซึ่งเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่หาคำตอบไม่ได้ตอนเป็นเด็ก พอถามยาย ยายก็บอกว่ามันไม่ดีก็คือไม่ดี
แต่เมื่อวิเคราะห์ตามเหตุและผลก็คือ สมัยโบราณใช้หม้อดินในการหุงหาอาหาร และสากครกก็ใช้หินเป็นแท่งหนัก ๆ เวลาโขกพริกถ้าติดที่สากครกแล้วบางคนก็ใช้ช้อนขูดลง บางคนมักง่ายก็จุ่มสากนั้นลงในหม้อดิน คนโบราณก็ห่วงว่าความร้อนที่มีจะทำให้สากหินหลุดมือและทำให้หม้อดินนั้นแตก และคงไม่ได้รับประทานกันไปเลยในมื้อนั้น
แต่ครั้นจะบอกว่ามันร้อน ก็มักจะมีคนดื้อที่เชื่อมั่นในตัวเอง หรือประมาทว่าสามารถทำได้ และทำได้จริง ๆ ก็มี ในที่สุดก็บอกว่ามันไม่ดี กลายเป็นความเชื่อไปซะ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จริง ๆ ยังมีข้อห้ามอีกมากมายและบางอย่างก็ลืมไปแล้ว
และหากมีการเปรียบเทียบอาหารกับภาคอื่น ๆ ด้วยก็จะยิ่งทำให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนภาคอื่นจะทำให้ไม่เกิดการดูหมิ่นกัน เช่น คนภาคใต้บางคนว่าอีสานกินปลาร้าของเน่าเหม็น แต่บางส่วนของภาคใต้ก็มีน้ำบูดูก็ทำจากปลาหมักเหมือนกัน หรือคนเหนือรุ่นเก่าบางคนไม่กินปลาร้าก็ว่าคนอีสาน หรือว่ากระปิเหม็น แต่คนภาคเหนือก็มีน้ำปู (น้ำปู๋) ซึ่งมีกลิ้นสร้างปัญหาได้พอสมควร คนอีสานบางคนว่าคนใต้กินสะตอได้ไง เหม็นก็เหม็น แต่ลืมไปว่าตนเองก็กินฝักกระถิน ซึ่งกลิ่นและรสคล้าย ๆ กัน แต่ทั้งหมดนี้ถ้าเปิดใจแล้วจะรู้ว่าทุกอย่างอร่อยหมด
ประมาณนี้ครับ สอดแทรกวัฒนธรรมด้วยนะครับ