จริงๆแล้วความก้าวหน้า หรือการพัฒนาเป็นเรื่องดี ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี หรือความเจริญในด้านต่างๆ แต่ทั้งนี้ต้องมีการประยุกต์ใช้และปรับแต่งให้เข้ากับบริบทของแต่ละคน การเปลี่ยนแปลงต้องมี แต่ต้องค่อยเปลี่ยนแปลง ให้เราไม่รู้สึกว่ามันเกิดความเปลี่ยนแปลง สังคมไทยในปัจจุบัน สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด หัดให้เด็กไทยหัดใช้ความคิดเห็นเป็นของตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ทั้งที่บรรพบุรุษของไทยเป็นชาติที่ไม่แสดงออก เก็บความรู้สึก ดีชั่วอย่างไร รู้ และ หัดปรับตัวเองให้ถูกกาละเทษะ แล้วแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง แต่สมัยนี้เด็กถูกฝึกให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก และเรียกร้อง ดังนั้นสังคมไทยก็ถูกเปลี่ยนโดยก้าวกระโดด เรียกร้อง ไม่รู้ถูกผิด ควรไม่ควร เอาแต่ใจตนและพรรคพวกเป็นใหญ่ คงโทษใครไม่ได้ นอกจาก บุคคลผู้ซึ่งมีโอกาสไปศึกษาเล่าเรียนในประเทศที่เจริญทางด้านวัตถุ แต่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากคนไทย เมื่อไปแล้วก็นำความเจริญด้านวัตถุเข้ามาเผยแพร่ ทั้งไม่มีรู้ว่าทำไม สาเหตุใดที่คนเมืองนอกคิดอย่างนั้น เมื่อมีโอกาสเข้าร่วมเป็นกรรมการ ก็เสนอความคิดต่างๆนานา จนคนเห็นด้วย และเกิดการปรับเปลี่ยน ที่ละเล็กละน้อย ไม่มีใครกล้าคิดขัดแย้ง เดี๋ยวหาว่าเชย ว่าไม่ได้เล่าเรียนจากเมืองนอกเมืองนาอยู่แต่เมืองไทยไม่ก้าวทันยุคสมัย ก็ยอมรับความคิดเหล่านั้น นำมาเผยแพร่ ในลักษณะ โรงเรียนสาธิตบ้าง กลุ่ม Smart Person บ้าง Smart Kids บ้าง กลุ่ม Working women บ้าง และนำเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่างๆเข้ามามากมาย ถามว่าปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ในประเทศไทย ถูกเด็กไทยครอบครองทั้งที่ยังหาเงินเองไม่ได้ เหตุเพราะใครมี เราก็ต้องมี นั่นคือ การไม่รู้บริบทของตนเอง ไม่เข้าใจรากเหง้าของตัวเองว่าควรจะอยู่ตรงไหน ทุกวันนี้อะไรๆ ก็แข่งขันกันทั้งนั้น ก็ยังไม่เข้าใจว่าจะแข่งขันไปทำไมนักหนา การทำงานก็ต้องเป็นเลิศ ต้องเชิงรุก ต้องท้าทาย เรียนก็ต้องเป็นเลิศ ก็ต้องถามตัวเองแล้วละค่ะว่าเราจำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นมั้ย รู้ได้ เท่าท้นเหตุการณ์ได้ ทันสมัยได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง ถ้าดูแล้วไม่ใช่ เราคือเรา เราเป็นตัวเรา ก็หายใจช้าๆเถอะค่ะ "I am I"