น่ายินดีอย่างมากเลยครับ ที่ท่านมหาเสนอแง่มุมต่างจากอดีต ซึ่งกิตติคุณหลวงพ่อผมคาดว่าน่าจะมีคนกล่าวถึง พูดถึงเขียนไว้มากแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดคงหาได้จากหลายแหล่ง

แต่ผมอยากชวนท่านมหาให้มองมุมใหม่ๆ อย่างที่ท่านมหานำเสนอมานี่แหละครับ ถ้าไม่รีบบันทึกแง่มุมนี้ไว้นานไป ข้อมูลด้านนี้อาจสูญหายไปอย่างน่าเสียดายก็ได้ครับ

อย่างที่บ้านผม(จังหวัดนครสวรรค์)มีพระมหาเถระผู้โด่งดังถ้าเอ่ยชื่อคนรู้จักกันทั้งเมืองไทยเลยแหละครับ ซึ่งคุณูปการด้านอื่นของท่านมีมากมาย แต่ไม่มีคนบันทึกไว้ จึงปัจจุบันนี้ เกือบจะหาร่องรอยไม่ได้เลย

ตัวอย่างที่ท่านมหายกมาเล็กน้อยนั้น ยุคสมัยหนึ่งคนนิยมมาก จะบอกว่าเป็นกระแสสังคมก็พอได้ ไม่อยากกล่าวว่าสังคมอ่อนแอ แต่อาจมองได้ว่าผู้คนชอบพึ่งผู้อื่น พึ่งสิ่งนอกตัว พึ่งเทวบันดาล ชอบให้ผู้อื่นทำให้ มันง่ายดี สบายดี ไม่ต้องทำเอง คอยพึ่งสิ่งภายนอก เข้าลักษณะเป็นคนอ่อนแอ คอยแต่จะบริโภค ไม่ทำเอง สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า จึงทำให้สังคมเราอ่อนแอลงเรื่อยๆ ลูกหลานของเราทำอะไรไม่ค่อยเป็น ชอบสิ่งง่ายๆ ให้ทำเอง ไม่ทำ ไม่สู้งาน

อยากชวนท่านมหามองพระเถระในอดีตอีกด้านหนึ่งนะครับ เช่น ท่านสร้างสรรค์อะไรไว้ในชุมชนบ้าง บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนมีอะไรบ้าง คงมีมากมายแต่คนรุ่นนั้น หรือรุ่นต่อมาอาจมองไม่เห็น เห็นก็เห็นมุมเดียว คือมุมอภินิหาร

อีกมุมอีกด้าน เช่น ท่านสร้างวัดสร้างโรงเรียน สร้างคน สร้างศาสนทายาท พัฒนาชุมชน เหล่านี้เป็นต้น 

ผมเห็นท่านมหานำเสนอด้านนี้ ผมจึงดีใจ เลยขอสนับสนุนเต็มที่เลยครับ ลองดึงออกมาให้มากๆ จะเห็นสิ่งดีๆที่คนรุ่นเก่าทำไว้มากมายที่เราคาดไม่ถึงนะครับ ด้านไสยเวทย์คงหาได้ไม่ยากเนาะซึ่งน่าจะมีคนทำไว้อยู่แล้ว(ประเด็นนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจก็ได้ครับ) ลองหาแง่มุมอื่นๆมานำเสนอที่ต่างออกไป ซึ่งน่าจะมีอยู่มาก และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมชุมชนท้องถิ่นบ้านนาป่าดงอย่างบ้านเรานะครับ เอาโลดๆๆๆ....ลุยเลยครับ