ก็ตอนแรกว่าจะไปกันตั้งแต่วันอาทิตย์ แต่สปีดการขับรถติ๋วค่อย ๆ แผ่วเพราะขับมือเดียว มาถึงขอนแก่นก็ดึกแล้ว จึงปรับแผน คืนนั้นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ห้าทุ่ม เลยพลอยทำให้ที่จะไปจังหันเช้าก็พับไปด้วย ตอนก่อนเข้านอนที่คุยกันกับน้าราญก็พับไปเช่นกัน เช้าวันแผน คืนนั้นกว่าจะกลับบ้านจันทร์ ก่อนออกจากจากบ้านแวะไปหาน้าราญถามว่า “ไปด้วยกันเลยไหม” พอท่านบอกว่า กลัวว่าเดินไกลแล้วไม่ไหว (ท่านใส่ขาเทียมข้างหนึ่งค่ะ) เพราะเคยเดินแล้วครั้งก่อน ๆ พอน้าราญไม่ไปแม่ก็เลยไม่ไป ติ๋วก็เลยใช้ท่านเป็นข้ออ้าง และไปจัดการหน้าที่อื่น ๆที่ได้รับมอบหมาย แต่ในใจก็รอจังหวะที่จะขับรถไป ดูเหมือนปัญญาไม่มีค่ะ ที่จะให้มีคนช่วยขับแทน พอตนเองไม่ไหวก็เลยยื้อมาจนถึงวันเสาร์ ตั้งใจกับตนเอว่า “ต้องไป” ถ้ากลับบ้านอาจจะไม่ได้ไป จึงไม่กลับบ้านเพราะหากเป็นวันเสาร์ที่บ้านจะไม่ค่อยไปไหนเป็นตลาดนัด ถ้าจะไปก็คือ “วันอาทิตย์”
ระหว่างที่ยังไม่ได้ไป เหมือนภายในบีบคั้นอยู่เสมอว่า “ต้องไป” พอมีจังหวะเลยคล้ายตัดช่องน้อยแต่พอตัวค่ะ
ที่ว่าเป็นข้ออ้างของกิเลสเพราะ ถ้าตั้งใจจริง ๆ วันจันทร์ก็สามารถไปได้ ถ้าออกแรงมากกว่านี้ทั้งน้าราญและแม่และญาติท่านอื่น ๆ ก็คงร่วมทางไปด้วยค่ะ แต่ตอนนั้น ติ๋วมัวแต่กังวลกับอนาคต กับหน้าที่ ๆ ได้รับมอบหมายเกรงว่าจะไม่ทัน นี่ก็เป็น ข้ออ้างอีกเช่นกันค่ะ
ดูเหมือนว่า กิเลสมันฉลาดจังเลยนะคะ ไม่ว่ามีช่องตรงไหน มันก็โผล่มาทุบหัวได้แบบไม่ให้ตั้งตัวเลยทีเดียวค่ะ