นางสาวฟ้าประธาน รัตนธาดา รหัส 5213305

การบ้าน 23/1/11

วิเคราะห์ จากการชมรายการไทยมุง เรื่อง “ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาการเรียนรู้เด็กไทย”

 

                เมื่อนึกถึงคำว่า “การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ” ก็ยิ่งทำให้เห็นความสำคัญของการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ สำหรับประเทศไทยได้มีการปฏิรูปการศึกษามาแล้วถึง 3 ครั้ง เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิรูปการศึกษา โดยมุ่งสร้างความทันสมัยและธำรงความเป็นเอกราชของชาติไทย ในครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ.2520 หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นการมุ่งสร้างการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม สำหรับในครั้งที่ 3 เมื่อพ.ศ. 2542 เป็นการเริ่มต้นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในกระแสโลกาภิวัตน์ ควบคู่ไปกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับในปัจจุบันถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ 4 ในปีพ.ศ. 2552 โดยมุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ทั้งในระบบ นอกระบบอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกันทุกระดับ

 

                การปฏิรูปการศึกษาสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การปฏิรูปทางปัญญา ปัจจุบันสังคมไทยเกิดวิกฤตทางปัญญา เมื่อปัญญาไม่พร้อมก็ไม่สามารถจัดการกับวิกฤตได้ เพราะตามสภาพความเป็นจริงแล้วนั้น สังคมไทยมีการศึกษาแบบการท่องจำ เป็นการเรียนรู้เพียงในตำรา ไม่ใช่การเรียนรู้จากชีวิตจริง การสอนของครูเป็นการป้อนข้อมูลให้นักเรียนฟังแล้วจำ ไม่ได้กระตุ้นให้มีการคิด วิเคราะห์ ไม่กระตุ้นให้เกิดปัญญา สิ่งที่การศึกษาควรจะให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงความรู้ที่อยู่ในตำรา ความรู้นอกตำรายังมีอีกมากมาย การศึกษาควรเรียนรู้ควบคู่ไปกับชีวิตจริง สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และประชาธิปไตย ภาคอุดมศึกษากลายเป็นธุรกิจ ถือว่ามีความอ่อนแอทางวิชาการอย่างเห็นได้ชัด หากต้องการเอ็นฯ ติด ก็จำเป็นต้องเรียนพิเศษเสริมเพิ่มเติมกันให้ยุ่งยาก เสียเงินทองมากมาย บัณฑิตที่จบมาก็ทำงานไม่เป็น ไม่มีความอดทน ภาครัฐนั้นใช้งบประมาณกับการศึกษาไปมาก แต่ผลตอบแทนทางด้านคุณภาพกลับน้อยมาก ถือว่าเป็นการศึกษาที่ไม่มีประสิทธิผล

 

                สังคมไทยให้ความสำคัญกับใบปริญญามากเกินไป แต่กลับไม่ให้ความสำคัญหรือยกย่องสรรเสริญคนที่มีปัญญา ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ คนมีปริญญาบางคนกลับไม่ได้มีปัญญาเทียบเท่าเสมอใบปริญญาที่ได้มา นักเรียนนักศึกษาบางกลุ่มหวังเพียงเรียนเพื่อให้ได้ใบปริญญาแต่ไม่ได้มุ่งให้ความสำคัญกับความรู้ที่ควรจะมี เป็นเรื่องที่น่าแปลกโดยเฉพาะกับคนในเมืองคงอาจจะเป็นเพราะ คนในเมืองไม่มีความจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรน มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายต่างจากคนตามชนบทที่โรงเรียนอยู่ห่างไกล มีความยากจน ขาดแคลนสมบัติทางความรู้ จึงต้องมุ่งมั่น ขยันอดทน และใฝ่เรียน เพื่อให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนคิดว่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนให้ดีขึ้นและมีอนาคตที่ดีได้ อีกทั้งสังคมไทยไม่เห็นความสำคัญและคุณค่าของการศึกษาระบบอาชีวะ หรือสายอาชีพต่างๆ ทั้งๆ ที่การเรียนสายอาชีพนั้นมีประโยชน์มหาศาล ทรัพยากรที่จบมานั้น นอกจากจะมีความรู้แล้วยังสามารถประกอบอาชีพได้ทันที มีความรู้ความเข้าใจในสายงานเป็นอย่างดี ได้รับการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง ถือได้ว่าเป็นกำไรอย่างมากทีเดียว

 

                สิ่งที่ประชาชนคนไทยควรจะเห็นความสำคัญอย่างแท้จริง คือ เราต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้การศึกษาของบ้านเรานั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแท้จริง ทำอย่างไรให้เรามีทรัพยากรที่มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริงทัดเทียมประเทศต่างๆ เป็นที่น่าฉงนว่า เด็กไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กที่ฉลาดและมีพรสวรรค์ แต่กลับแพ้เด็กนักเรียนนอกเมื่อมีการทำกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้นเราควรหันไปใส่ใจกับวิธีคิด วิธีเรียน หาแนวทางและมองปัจจัยต่างๆ ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และให้ความสำคัญกันอย่างจริงจังสักที

 

                สิ่งที่ดิฉันมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมีหลายปัจจัยดังนี้

  1. ต้องสร้างให้ประเทศไทยกลายเป็นวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
  2. ต้องปลูกฝังให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน ต้องสร้างสรรค์ความรู้ที่น่าสนใจ มีคุณภาพ สร้างตำรา หนังสือต่างๆ ให้ส่งเสริมสนับสนุนนิสัยรักการอ่านนี้
  3. การปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของเด็กปฐมวัย ต้องมีการเรียนรู้ที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับพัฒนาการของเด็ก พร้อมทั้งต้องปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องศีลธรรม จริยธรรมและคุณธรรม
  4. ควรปรับให้การศึกษามีโครงสร้างระบบการศึกษาให้เรียนรู้ครบทุกมิติ รู้รอบด้าน  คือ การเรียนรู้ควบคู่ไปกับชีวิตจริง สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และประชาธิปไตย
  5. ต้องปฏิรูปการศึกษา ระบบการเรียนการสอน ไม่ใช่เพียงสอนเพื่อท่องจำแล้วสอบผ่าน แต่ต้องสามารถคิด วิเคราะห์เป็น รวมทั้งบุคลากรครูต่างๆ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง และครูต้องมีประสบการณ์และโลกทัศน์ที่กว้างไกล ที่จะคอยสอน สนับสนุน สั่งสอนแนะนำแนวทางที่ดีให้กับลูกศิษย์ได้
  6. ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์  เทคโนโลยีสามารถนำมาช่วยส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ได้อย่างทั่วถึง หากรัฐมีนโยบายการจัดการที่ดี

 

        ท้ายที่สุดแล้วสังคมจะอ่อนแอหรือเข้มแข็ง ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเยาวชน หากเรามองเห็นปัญหา คิดว่าน่าจะแก้ไข แต่ไม่ได้มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างจริงจังแล้วละก็ ไม่มีทางที่ประเทศเราจะเจริญได้อย่างที่ทุกๆ คนคาดหวังแน่นอน

ขอบคุณค่ะ