- ปีนี้ได้ยินคำว่า อัสมิมานะ เป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกได้ยินจากรุ่นน้อง
- เธอเขียนมาว่าอย่างนี้ครับ
- ขณะนี้มีเพื่อนฝรั่งที่เขารู้ว่าน้องสนใจการนั่งสมาธิ ก็เลยจัดกลุ่มมาทำสมาธิด้วยกัน แต่พอนานเข้าก็เลยได้รู้ว่า เขาสนใจแค่การนั่งสมาธิรักษาโรค ก็เป็นข้อดีค่ะ แต่ทว่า เมื่อได้อะไรจากสมาธิแล้วtoo pride โดยนำมาเบ่งกัน เรียกว่าอัสมิมานะ หรือการถือตัวถือตน ก็เลยทำให้น้องเห็นความอนิจจัง ทุกขังอนัตตามากขึ้น นอกจากนั้น เขาได้ยินว่าน้องมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก และน้องได้พูดให้หลายคนเริ่มเอนมาสนใจทางนี้ ผลคือ คนคริสต์ก็บอกศาสนาจารย์ โบสถ์รอบ ๆ บ้าน สามสี่โบสถ์ ก็เลยขยับมามี campaign กันใหญ่ เช่นมีหนังสือแจก มีของขวัญชวนเข้าโบสถ์ มีการเคาะประตูตามบ้านเร่งชักชวนกันเข้ามาโบสถ์ นี้คือตัวสารัมภะ คือกิเลสละเอียดชนิดหนึ่ง เรียกว่า การอยากแข่งดี ด้วยความอิจฉาริษยา จะเห็นได้ว่าอวิชชาสองตัวนี้ คืออัสมิมานะและสารัมภะ มีแต่ทางพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนให้คนเห็นและเข้าไปรู้จักมันให้ถึงรากเหง้าและมีวิธีกำจัด ขณะที่ศาสนาอื่นไม่สามารถเข้าถึงเลย เมื่อวานอ่านหนังสือธรรมะที่เขียนโดย Richard Hayes เขาเป็นprofessor จบมาทางภาษาสันกฤตและเป็นพุทธเต็มตัว ใช้ภาษาง่าย ๆ สละสลวย เล่าประกอบประสบการณ์ของเขาเอง เขาก็ยังเห็นด้วยกับProfessorท่านอื่น(ชาวญี่ปุ่น) ที่สอนเขา เห็นด้วยตรงที่jว่า Buddhism is complicated. ดังนั้นคนที่เข้าถึงศาสนาพุทธจึงถูกพัฒนาให้เกิดปัญญาไปโดยอัตโนมัติ พุทธศาสนาจึงเป็นวิชชาขั้นสูง ไม่เหมาะแก่คนพาล และคนโง่ (ตรงนี้เล่าสู่กันฟัง นะคะ)